ที่ตั้ง หน้าหมู่บ้านไอดีไซน์ ใกล้สำนักงานเขต คลองสามวา
หลุมสิว
หลุมสิว

รักษาหลุมสิว หมดปัญหาผิวไม่เรียบเนียน

ปัญหาหลุมสิวถือเป็นปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่งเลยค่ะ ตอนเราเป็นสิวยิ่งน่าปวดหัวแล้ว แต่ถ้ามีหลุมสิวทิ้งไว้จะยิ่งปวดใจมากกว่า พบได้ในทั้งผู้หญิงและชาย

แพทย์หญิงกัญวรา นวอนุรักษ์

สวัสดีค่ะ หมอชื่อ หมอเหมี่ยว พญ.กัญวรา นวอนุรักษ์ แพทย์ประจำกัญวราคลินิกนะคะ หมอจะขออธิบายและแนะนำเกี่ยวกับหลุมสิว ว่าเพราะอะไรเราถึงเป็นหลุมสิว จะแก้ไขอย่างไรให้เห็นผลดีที่สุดค่ะ

หลุมสิว เกิดจากอะไร

หลุมสิว เป็นกระบวนการการรักษาตัวเองของร่างกายอย่างนึงค่ะ คือ หลังจากเกิดบาดแผลหรือการอักเสบ เช่น ตอนเป็นสิวอักเสบขนาดใหญ่ จะมีทั้งเชื้อแบคทีเรียและหนองอยู่ภายใน การอักเสบของสิวจะทำให้มีการหลั่งเอ็นไซม์ Collagenase ออกมาสลายคอลลาเจนที่ผิวเราและเนื้อเยื่อบริเวณรอบข้าง จึงทำให้ผิวหนังยุบลงไป และร่างกายมีการสร้างพังผืดดึงรั้ง จึงเกิดเป็นหลุมสิวนั่นเองค่ะ

สิวแบบไหนที่สามารถกลายเป็นหลุมสิวได้

ลักษณะของสิวที่สามารถกลายเป็นหลุมสิวได้มีดังต่อไปนี้ค่ะ

  • สิวหัวช้างเม็ดใหญ่ (Cyst) ที่มีหนองปนเลือดอยู่ภายในหัวสิว
  • สิวอักเสบรุนแรง (Pustule) หรือสิวหัวหนอง
  • สิวที่ติดเชื้อแบคทีเรียจนลุกลามไปทั่วชั้นใต้ผิว (Nodule)

ทางป้องกันที่ดีที่สุด คือ การพยายามป้องกันไม่ให้ตัวเองมีสิวอักเสบ หรือถ้ามีสิวลักษณะนี้เกิดขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรีบรักษาอย่างถูกต้อง

ชนิดหลุมสิว

หลุมสิวมีหลายชนิดค่ะ แบ่งตามระดับความรุนแรงได้ดังต่อไปนี้
ชนิดของหลุมสิว

1. หลุมแอ่งกระทะ (Rolling Scar)

 แบบนี้จะรุนแรงน้อยที่สุด ซึ่งจะเป็นหลุมสิวแบบตื้นๆ ขนาดประมาณ 4-5 มม.

2. หลุมกล่อง (Box scar)

หลุมสิวระดับรุนแรงปานกลาง มีลักษณะเป็นบ่อหรือคล้ายกล่อง ขนาดประมาณ 3-4 มม. มีขอบชัดเจน จะมีความลึกในระดับชั้นผิวเท่านั้น สามารถรักษาได้โดยการใช้ยาควบคู่กับการทำทรีตเม้นท์

3.หลุมจิก (Ice pick scar)

ระดับความรุนแรงมากที่สุด หลุมสิวลักษณะนี้จะเป็นหลุมลึก ขอบด้านบนของหลุมแคบกว่าก้นด้านล่างของหลุม สิวกินเนื้อไปจนถึงชั้นรูขุมขน จะใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนานเพื่อช่วยให้รอยหลุมตื้นขึ้นมา

แก้ปัญหาหลุมสิวยังไงบ้าง

เมื่อรู้กันแล้วว่าเรากำลังประสบปัญหาหลุมสิวแบบไหนอยู่ ต่อไปลองไปดูกันค่ะว่าวิธีการรักษาหลุมสิว มีแบบไหนบ้าง ซึ่งการรักษาหลุมสิวในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ สามารถเลือกได้ตามอาการและระดับความรุนแรง และอาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 6 เดือนขึ้นไป ฉะนั้นอาจต้องใจเย็นและอาศัยความต่อเนื่องสม่ำเสมอในการรักษากันนิดนึงนะคะ

1. การรักษาด้วยการทายา
เหมาะสำหรับรักษารอยหลุมตื้นๆ ซึ่งมักจะเป็นรอยหลุมระดับทั่วไป หรือแอ่งกระทะ (Rolling scar)

ยาที่นำมาใช้ทำให้ผิวตื้นขึ้นก็จะมีหลายชนิดด้วยกัน เช่น กรดวิตามินเอ, Retin A, TCA, AHA, BHA, PHA เป็นต้น

ข้อดีของการใช้ chemical peeling คือ สามารถช่วยลดรอยแดง รอยดำ ส่วนข้อเสีย คือ ถ้าใช้ความเข้มข้นสูงอาจเกิดการระคายเคือง แสบ แดง คัน หรือด่างขาวได้

2. การรักษาด้วยเครื่องมือแพทย์
เป็นการรักษาที่เหมาะกับผู้ที่มีหลุมสิวขนาดใหญ่มาก จนยาทาก็ช่วยไม่ไหว หรือแบบ Ice pick scar และ Box scar

ซึ่งเป็นการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับการทายาและครีมบำรุงร่วมด้วยค่ะ
การรักษาหลุมสิวด้วยเครื่องมือแพทย์นั้น จะใช้หลักการทำลายพังผืดที่ดึงรั้ง ควบคู่กับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ใช้เวลาในการฟื้นฟูมากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละเทคโนโลยี และการดูแลตัวเองของคนไข้ (ทายา ทาครีมบำรุง ร่วมกับการป้องกันผิวจากแสงแดด) โดยหลักๆ นวัตกรรมการรักษาหลุมสิว มีดังนี้

  • ทำการตัดพังผืดใต้ผิวหนัง (Subcision) คือ ใช้เข็มแบบพิเศษทำการเซาะตัดพังผืดใต้หลุมสิวออก เป็นตัวที่ช่วยได้ดีค่ะ แต่อาจมีรอยช้ำที่ผิวประมาณ 1-2 สัปดาห์
  • การทำเลเซอร์ มีทั้งกลุ่ม CO2 Laser, Fraxel, Fine Scan พลังงานเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ที่ผิวชั้นบน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิวชั้นลึก ข้อดีคือจะช่วยเรื่องปรับความเรียบเนียนของผิวชั้นบนได้ ข้อเสียคือผิวชั้นบนได้รับพลังงานเยอะกว่าชั้นหลุมสิวด้านล่าง จึงจะมีอาการหน้าแดง และระยะพักฟื้นที่ต้องเลี่ยงแดด ค่อนข้างนาน
  • การทำ Fractional RF เป็นกลุ่มนวัตกรรมที่ไม่ใช้เลเซอร์ แต่หลักการคล้ายกัน คือ ปล่อยพลังงานให้เกิดความร้อนที่ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นให้ผิวมีการสร้างคอลลาเจนที่ผิวชั้นล่าง ข้อดีคือ ผลข้างเคียงเรื่องหน้าแดงนาน การพักฟื้นต่างๆ ก็จะใช้เวลาสั้นกว่ากลุ่มเลเซอร์ โดยที่ผลของการรักษาหลุมสิวไม่ค่อยต่างกันค่ะ

นวัตกรรมรักษาหลุมสิวที่กัญวราคลินิก

เครื่อง Miniscar รักษาหลุมสิว

Miniscar

คือ การรักษาหลุมสิวโดยใช้เครื่อง Fractional Microneedle RF ส่งพลังงานผ่านเข็มขนาดเล็ก เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนใต้หลุมสิว ให้หลุมสิวตื้นขึ้น ซึ่งข้อดีคือระยะเวลาพักฟื้นผิวจะน้อยกว่าเลเซอร์กลุ่มอื่น

เหมาะกับ

  • ผู้มีปัญหาหลุมสิวทุกชนิด
  • ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนที่ผิวปกติด้วย จึงทำให้ผิวดูกระชับขึ้น ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ ผิวเนียนใสขึ้น

ทำบ่อยแค่ไหน กี่ครั้งเห็นผล

  • ทำบ่อยทุก 3-6 สัปดาห์
  • ต่อเนื่องอย่างน้อย 4 ครั้งขึ้นไป หลังจากทำครั้งที่ 2 ไปแล้วจะเริ่มเห็นว่าหลุมสิวดูค่อยๆตื้น ผิวหน้าเรียบขึ้น
  • ผลที่ได้จากการรักษาหลุมสิว ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล และ สุดท้ายหลุมสิวจะไม่หายหมด 100% แต่คนไข้จะรู้สึกได้ว่าผิวหน้าโดยรวมดีขึ้น

ขั้นตอนการทำ

  • ทายาชา ประมาณ 45-60 นาที
  • ขณะทำ หมอจะใช้เครื่องมือวางที่ผิวหน้าแล้วปล่อยพลังงาน รู้สึกจี๊ดๆทนได้ค่ะ
  • ใช้เวลาทำประมาน 20 นาที
  • หลังทำทาครีมบำรุงและลดการอักเสบ

การดูแลตัวเองหลังทำ

  • หลังจากทำทันทีผิวจะมีสีชมพูๆ และมีรอยเข็มเล็กน้อย ประมาณ 3 ชั่วโมง
  • อาการต่างๆ จะค่อยๆ หายไปภายใน 2-3 วัน โดยไม่ทิ้งรอยแผล
  • ใน 1 วันแรก หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยสบู่ แต่งหน้า แต่สามารถทำความสะอาดผิวโดยใช้น้ำเกลือ และทาครีมบำรุงผิว ครีมกันแดดได้ตามปกติค่ะ
  • วันที่ 2 เป็นต้นไป สามารถดูแลผิวตัวเองได้ตามปกติเหมือนเดิม ทั้งล้างหน้า ทาครีม แต่งหน้า
  • เลี่ยงแดดจัด ในช่วง 7 วันแรก
รักษาหลุมสิว

Canular Subcision

คือ การเซาะพังผืดใต้หลุมสิวเพื่อตัดพังผืดที่ดึงรั้งหลุมสิวออก กระตุ้นให้ผิวซ่อมแซมตัวเอง โดยใช้เทคนิคเข็มทู่ ซึ่งเป็นเข็มชนิดพิเศษที่เลาะใต้ผิวหนังได้โดยผลข้างเคียงบวมช้ำน้อยกว่าเข็มแหลม

เหมาะกับ

  • หลุมสิวปริมาณมาก โดยเฉพาะแบบแอ่งกว้าง(rolling scar)และ แบบกล่องลึก(boxcar scar)

ทำบ่อยแค่ไหน กี่ครั้งเห็นผล

  • ทำบ่อยทุก 3-6 สัปดาห์
  • ต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ครั้งขึ้นไป หลังจากทำครั้งที่ 2 ไปแล้วจะเริ่มเห็นว่าหลุมสิวดูค่อยๆตื้น ผิวหน้าเรียบขึ้น
  • ผลที่ได้จากการรักษาหลุมสิว ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล และ สุดท้ายหลุมสิวจะไม่หายหมด 100% แต่คนไข้จะรู้สึกได้ว่าผิวหน้าโดยรวมดีขึ้น

ขั้นตอนการทำ

  • ทายาชา ประมาณ 45-60 นาที
  • ขณะทำ หมออาจมีการสะกิดยาชาเพิ่ม แล้วเปิดรูขนาดเล็กที่ผิว จากนั้นสอดเข็มแบบทู่เลาะตามใต้ผิวหนังเพื่อตัดพังผืด ขณะทำจะรู้สึกตึงๆแบบทนได้
  • ใช้เวลาทำประมาน 30 นาท
  • หลังทำทาครีมบำรุงและลดการอักเสบ

การดูแลตัวเองหลังทำ

  • หลังจากทำทันที จะรู้สึกตึง ระบมใต้ผิว บวมเล็กน้อย อาการเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้นภายใน 3 วัน
  • สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

Dermaheal

คือ การฉีดวิตามินเข้าไปบริเวณหลุมสิว มีสารสกัดจาก ดีเอ็นเอแซลมอน,ไฮยาลูโรนิคแอซิด และวิตามินอื่นๆ ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและเติมเต็มใต้ผิวให้ฟู หลุมสิวตื้นขึ้นได้

เหมาะกับ

  • ใช้ทำร่วมกับการทำ Miniscar หรือ Subcision เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น
  • ทำได้ในหลุมสิวทุกชนิด
  • ช่วยให้รูขุมขนดูกระชับขึ้นด้วย

ทำบ่อยแค่ไหน กี่ครั้งเห็นผล

  • ส่วนใหญ่มักใช้ทำคู่กับการทำ Miniscar และ Subcision จึงทำทุก 3-6 สัปดาห์
  • ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 4 ครั้ง จะเริ่มเห็นผลเรื่องหลุมสิว

ขั้นตอนการทำ

  • ทายาชาประมาณ 45-60 นาที(ทำพร้อมการรักษาอื่น)
  • หมอจะฉีดวิตามินใต้ผิวหนัง ตรงบริเวณที่มีปัญหา ขณะทำรู้สึกตึงเล็กน้อย
  • ใช้เวลาทำประมาณ 10 นาที

การดูแลตัวเองหลังทำ

  • หลังจากทำทันที จะรู้สึกตึง ระบมใต้ผิว บวมเล็กน้อย อาการเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้นภายใน 3 วัน
  • สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

TCA

คือ การแต้มน้ำยากรดทางการแพทย์ เพื่อกระตุ้นให้หลุมสิวตื้นขึ้น

เหมาะกับ

  • หลุมสิวชนิดปากแคบ(icepick scar)

ทำบ่อยแค่ไหน กี่ครั้งเห็นผล

  • แนะนำทำต่อเนื่องห่างกันทุก 2-4 สัปดาห์ ขั้นต่ำ 4 ครั้งขึ้นไป

ขั้นตอนการทำ

  • คุณหมอจะใช้ไม้ขนาดเล็กแต้มน้ำยาในหลุมสิว คนไข้จะรู้สึก คันแสบบริเวณที่แต้มประมาณ 1 นาที

การดูแลตัวเองหลังทำ

  • หลังทำ จะมีสะเก็ดขนาดเล็ก ประมาไม่เกิน 1 สัปดาห์
  • สามารถดูแลตัวเองได้ตามปกติ

รีวิว เคส รักษาหลุมสิวของกัญวราคลินิก

รักษาหลุมสิว

สำหรับใครที่อ่านข้อมูล แล้วมีปัญหาต้องการปรึกษาหมอ หรือสอบถามเพิ่มเติม

กัญวราคลินิก ตั้งอยู่บนถนนเลียบคลองสอง ใกล้กับซาฟารีเวิลด์ เดินทางมาไม่ยากเลยค่ะ

  • เปิดให้บริการ วันอังคาร ถึงศุกร์ 10.30-19.30 น.
  • เสาร์ อาทิตย์ 10.00-18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์

 ช่องทางติดต่อ ตามด้านล่างนี้นะคะ

เว็บไซต์

Kanwaraclinic.com

Facebook

Kanwara clinic กัญวราคลินิก

Line

@kanwaraclinic

โทร

02-1151528 , 091-7954884

LINE

Facebook

Address

Tel