ที่ตั้ง หน้าหมู่บ้านไอดีไซน์ ใกล้สำนักงานเขต คลองสามวา
บทความลดริ้วรอยบนใบหน้า

ลดริ้วรอยบนใบหน้า หางตาหน้าผากหว่างคิ้ว

ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าเป็นปัญหาที่ทำให้คนไข้หลายคนมีความกังวลและเข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิกค่ะ เพราะการมีริ้วรอยบนใบหน้า ทำให้เราดูมีอายุ เช่น ริ้วรอยเวลาเลิกหน้าผาก ขมวดคิ้วมีรอยบริเวณหัวคิ้ว ยิ้มมีรอยหางตาใต้ตา ซึ่งปัญหานี้สามารถรักษาแบบเห็นผลที่สุดโดยใช้โบท็อก หรือโบทูลินุ่มทอกซิน 
สวัสดีค่ะ หมอชื่อ หมอเหมี่ยว พญ.กัญวรา นวอนุรักษ์ แพทย์ประจำกัญวราคลินิกนะคะ หมอจะขอแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับโบท็อก ว่า โบท็อกคืออะไร ช่วยเรื่องอะไร หลังฉีดเห็นผลเมื่อไรอยู่ได้นานแค่ไหน ความปลอดภัยและอันตราย ข้อควรดูแลตัวเองก่อนและหลังฉีด และราคาของที่กัญวราคลินิก รวมถึงรีวิวคนไข้ค่ะ

โบท็อกคืออะไร

โบท็อก หรือโบทูลินุ่มทอกซิน เอ (Botulinum toxin type A) เป็นโปรตีนชนิดนึง ที่สกัดจากแบคทีเรียที่ชื่อว่า Clostidium Botulinum ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว จึงมีผลทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ขยับน้อยลงนั่นเองค่ะ  

ซึ่งก่อนหน้าที่โบท็อกจะถูกนำมาใช้ในวงการความงามได้เริ่มใช้สำหรับรักษาโรคมานานประมาณ 30 ปีทั่วโลกแล้วนะคะ ถือว่านานทีเดียวค่ะ โดยเริ่มจากใช้รักษาตาเหล่ ต่อมาใช้รักษากล้ามเนื้อเกร็งผิดปกติ และอื่นๆ

ทำไมโบท็อกถึงลดริ้วรอยได้

หมอจะขอกล่าวถึงในแง่เฉพาะของริ้วรอยก่อนนะคะ เพราะจริงแล้วโบท็อกช่วยเรื่องอื่นๆ นอกจากริ้วรอยได้ด้วยค่ะ
ริ้วรอยบนหน้าผาก
ในส่วนของริ้วรอย โบท็อกช่วยลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า ได้แก่ หน้าผาก หางตา หว่างคิ้ว รอยย่นจมูก   โดยปกติแล้วกล้ามเนื้อบนใบหน้านั้นมีหน้าที่อย่างนึงคือ ช่วยแสดงสีหน้าอารมณ์ความรู้สึกของเรา เช่น กล้ามเนื้อหน้าผากช่วยแสดงอารมณ์ตกใจ สงสัย หรือเลิกคิ้ว กล้ามเนื้อหว่างคิ้ว แสดงอารมณ์โกรธ เครียด หรือเวลาเพ่งมอง โดยเฉพาะจ้องโทรศัพท์ หน้าจอต่างๆ กล้ามเนื้อรอบดวงตา และริ้วจมูก แสดงอารมณ์มีความสุข ยิ้มหัวเราะ
หน้าตอนคิ้วขมวด
ในช่วงวัยเด็กวัยรุ่น ผิวของเรายังมีคุณภาพดี คอลลาเจนยังมีอยู่มาก ทำให้เวลาเราแสดงสีหน้าจะยังไม่เห็นริ้วรอยค่ะ แต่พออายุมากขึ้นตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป หรือพฤติกรรมบางอย่างที่ทำลายคอลลาเจนที่ผิว มีผลให้ชั้นผิวเราบางลง ในช่วงแรกเริ่มจะทำให้เกิดริ้วรอยเฉพาะเวลาเราแสดงสีหน้า คือ มีรอยริ้วตามแนวของกล้ามเนื้อ และถ้าไม่ได้รับการแก้ไขจนเป็นมากขึ้น ก็จะเป็นริ้วรอยร่องลึกตอนไม่ได้แสดงสีหน้าได้ค่ะ 
เปรียบเทียบริ้วรอย
จะเห็นว่าการเกิดริ้วรอยเกิดจากการที่กล้ามเนื้อมีการหดเกร็ง เราใช้โบท็อกเพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวลงไม่หดเกร็ง จึงมีผลให้ริ้วรอยน้อยลงได้ค่ะ โดยที่คนไข้ยังสามารถขยับกล้ามเนื้อได้เป็นธรรมชาติ ไม่ถึงกับตึงมากค่ะ

โบท็อกลดริ้วรอยเหมาะกับใครบ้าง

โบท็อกลดริ้วรอยเหมาะกับ

1.ผู้ที่มีริ้วรอยบริเวณ รอยย่นหน้าผาก รอยย่นขมวดคิ้ว

รอยย่นหางตาและใต้ตา (ใต้ตาตอนยิ้ม ) รอยย่นข้างจมูก หลังจากฉีดโบท็อกแล้ว ริ้วรอยจะหายไป ผิวจะดูเรียบเนียนตึงขึ้นค่ะ

2.ผู้ที่ยังมีริ้วรอยไม่มาก

แต่ต้องการฉีดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยลึกในอนาคต เป็นการดูแลตัวเองให้หน้าอ่อนเยาว์อยู่เสมอค่ะ

โบท็อกลดริ้วรอย มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

การฉีดโบท็อกเพื่อลดริ้วรอยนั้นปลอดภัยมาก แทบจะไม่มีผลข้างเคียงอันตรายเลยค่ะ อาจมีผลข้างเคียงที่อาจพบได้ในช่วงแรกๆ คือ

1. รอยจุดหรือรอยจ้ำช้ำตามรอยเข็มเป็นเล็กน้อยซึ่งจะดีขึ้นภายใน 3-7 วัน

2. อาจมีอาการตึงๆ ตามจุดที่ฉีดได้ประมาน 3 วันแรก

3. บางคนอาจมีความรู้สึกตึงมาก ตรงบริเวณที่ฉีด ในช่วงแรกที่ยาออกฤทธิ์คือ 1-3 สัปดาห์แรก โดยเฉพาะรายที่ฉีดโบท็อกครั้งแรก อาการได้แก่

–  ถ้าฉีดบริเวณหน้าผาก : อาจรู้สึกตึง ปวดศรีษะหนักๆ ช่วงหน้าผากและไรผมด้านหน้า

– ถ้าฉีดหว่างคิ้ว และรอยจมูก  : อาจรู้สึกเมื่อยช่วงหัวคิ้ว เกร็งๆ หัวคิ้ว

– ถ้าฉีดหางตา : จะรู้สึกยิ้มแล้วเมื่อยเกร็งๆ ช่วงหางตาได้ค่ะ

อาการเหล่านี้เป็นอาการปกติที่เกิดหลังฉีดโบท็อกซ์ จึงจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์ค่ะ

ฉีดโบท็อกลดริ้วรอยที่กัญวราคลินิก เป็นอย่างไร

สำหรับที่กัญวราคลินิก หมอใช้โบท็อกของแท้ที่สั่งตรงจากบริษัท ในราคาที่สาเหตุสมผลไม่แพงเกินไปค่ะ

หมอจะมีการคุยกับคนไข้ถึงความต้องการว่าต้องการผลลัพธ์แบบไหน เพราะคนไข้บางคนชอบตึงมาก บางคนชอบดูเป็นธรรมชาติ บางคนต้องการคิ้วยก บางคนไม่ชอบคิ้วยก แบบนี้เป็นต้นค่ะ

หมอจะมีการประเมินใบหน้าของคนไข้อย่างละเอียดเพื่อดูการขยับของกล้ามเนื้อและลักษณะริ้วรอย ก่อนฉีดจะมาร์คตำแหน่งจุดที่จะฉีดเพื่อให้แม่นยำ และเปิดไฟส่องเพื่อระวังเส้นเลือดไม่ให้เกิดการช้ำ ใช้เข็มขนาดเล็กเพื่อให้คนไข้เจ็บน้อยและผ่อนคลายที่สุด

หลังฉีดไปแล้วมีการติดตามผล และนัดพบแพทย์อีกครั้งเพื่อประเมินความพอใจ และแก้ไขกรณียังไม่สมบูรณ์แบบค่ะ

เทคนิคต่างๆ เหล่านี้ทำให้ได้ผลตอบรับที่ดีจากคนไข้ และคนไข้แนะนำแบบปากต่อปากเสมอมาค่ะ

ข้อห้ามในการฉีดโบท็อก

คนที่ห้ามฉีดโบท็อก ได้แก่

  • คนที่มีโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่น amyotrophic lateral sclerosis, myasthenia gravis 
  • ติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่จะฉีด
  • เคยมีประวัติแพ้ Botulinum toxin type A

ส่วนในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ยังไม่มีการวิจัยที่ชัดเจนว่าสามารถฉีดได้หรือไม่ค่ะ

ข้อควรปฏิบัติก่อนและหลังฉีดโบท็อก

ข้อควรปฏิบัติก่อนฉีดโบท็อก

1.หากเป็นไปได้ควรงดการกินยาแก้ปวกอักเสบกลุ่ม Nsaids

ได้แก่ ibuprofen, naproxen อาหารเสริมบางชนิด ได้แก่ วิตามินอี น้ำมันปลา แป๊ะก๊วย โสม เพราะอาจทำให้มีรอยช้ำง่าย

2.เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ

 ตรวจสอบได้ว่าผ่านมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข และปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด เพื่อช่วยประเมินและแนะนำได้ค่ะ

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดโบท็อก

  1. ช่วง 1 ชม.แรกหลังฉีด ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด 1-2 ครั้ง ทุก 10 นาที เพื่อให้ยาดูดซึมเข้ากล้ามเนื้อได้เร็วขึ้น
  2. ช่วง 4 ชม.แรกหลังฉีด งดนอนราบ ห้ามกดนวดคลึง ใส่หมวกแว่นทับจุดที่ฉีด เพื่อไม่ให้ยากระจายไปตามจุดอื่น
  3. ช่วง 7 วันแรก หลีกเลี่ยงการโดนความร้อนจัดๆ การดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อทำให้ประสิทธิภาพโบท็อกดี
การดูแลตัวเองก่อนและหลังฉีด โบทอกซ์

โบท็อกลดริ้วรอยเรื่มเห็นผลเมื่อไร และอยู่ได้นานแค่ไหน

สำหรับการฉีดโบท็อกลดริ้วรอยเป็นการฉีดเข้ากล้ามเนื้อมัดเล็ก จะเริ่มเห็นผลบางส่วน ประมานวันที่ 3 ค่ะ และจะดีขึ้นเรื่อยๆ จนประมาณ 90% ตอนประมาน 7-10 วัน และผลจะชัดมากที่สุดตอน 14 วันค่ะ

ในช่วงวันที่ 14 ที่โบท็อกออกฤทธิ์ชัดเจนที่สุด คนไข้บางคนอาจรู้สึกตึงมากดังที่หมออธิบายไว้ในหัวข้อผลข้างเคียงของโบท็อกค่ะ ซึ่งอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 3-4 สัปดาห์หลังฉีดค่ะ

หลังจากริ้วรอยหายไปแล้ว ผลของโบทอกซ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นกับหลายปัจจัยค่ะ ตั้งแต่ชนิดยี่ห้อโบท็อกที่ใช้ โดสยาที่ใช้ ความลึกตื้นของการฉีด ตำแหน่งที่ฉีด (ริ้วรอยหางตาจะกลับมาเร็วกว่าบริเวณอื่น) ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือนค่ะ

หลังหยุดฉีดโบท็อกแล้วเป็นอย่างไร

หลังจากฤทธิ์ของโบท็อกหมดแล้ว กล้ามเนื้อจะค่อยๆ กลับมาทำงานได้ตามปกติ จึงทำให้ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าค่อยๆ กลับมาทีละนิดๆ จนกลับมาเหมือนเดิมตามระยะเวลาที่หมออธิบายไว้ด้านบน และท้ายสุดแล้ว ริ้วรอยจะไม่เป็นมากกว่าก่อนฉีดแน่นอนค่ะ

โบท็อกของแท้ผ่าน อย. ดีอย่างไร และมียี่ห้ออะไรบ้าง

โบท็อกจัดถือว่าเป็นกลุ่มยาฉีด ซึ่งต้องผ่านการรับรองถึงประสิทธิภาพ ความปลอดภัย มาตรฐานของตัวยา จากองค์การอาหารและยา (อย.) ดังนั้นเราควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่าน อย.เพื่อความปลอดภัยกันค่ะ

ซึ่งปัจจุบัน โบท็อกที่ผ่าน อย.ไทย มีหลายยี่ห้อ ได้แก่ Allergan (อเมริกา), Xeomin (เยอรมัน), Dysport (อังกฤษ), ทางเกาหลี เช่น Nabota , Hugel,  Aestox

เช็คโบท็อกที่ผ่าน อย.อย่างไร

รีวิวเคสโบท็อก​ริ้วรอยที่กัญ​วรา​คลินิก

LINE

Facebook

Address

Tel