กินอะไรลดสิวฮอร์โมน
กินอะไรลดสิวฮอร์โมน

ทุกคนคงรู้จักและคุ้นเคยกันดีกับปัญหาสิวที่ทำให้ผิวหน้าเราดูไม่น่ามอง ไหนจะตุ่มสิวบวมแดงตรงแก้มบ้าง คางบ้าง กว่าจะรักษาหายแต่ละครั้งก็ใช้เวลานานแสนนาน ยิ่งพอเป็นช่วงประจำเดือนด้วยแล้ว สาวๆ หลายคนจะมีสิวขึ้นมามากกว่าปกติ สิวชนิดนี้เป็นสิวฮอร์โมน เมื่อฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงไปก็จะทำให้มีสิวบนใบหน้า สิวฮอร์โมนมักจะมาในช่วงประจำเดือนอยู่เป็นประจำราวกับนัดกันมา หลายคนจึงมอบชื่อให้กับสิวนี้ว่าสิวประจำเดือน

สิวฮอร์โมนหรือสิวประจำเดือนเป็นปัญหาที่เกิดจากฮอร์โมนของร่างกาย ดังนั้นการจะป้องกันสิวชนิดนี้จึงต้องเริ่มจากการดูแลตัวเองให้ดี อาหารการกินบางชนิดควรลด บางชนิดควรกินให้มากขึ้น มาดูกันสิว่ามีอาหารอะไรกันบ้างนะที่ช่วยป้องกันหรือลดสิวให้กับเราได้

1. ผักใบเขียว เช่น ผักตระกูลกะหล่ำ ปรับสมดุลฮอร์โมน ลดการเกิดสิว

หากพูดถึงผักแล้ว มีสาวๆ มากมายหลายคนนิยมรับประทานอาหารประเภทผัก ส่วนหนึ่งก็เพราะว่ากินผักแล้วสบายใจ ไม่ต้องกลัวอ้วน บางคนก็นิยมกินสลัดผักกันเป็นประจำ หลายคนกินเพื่อความผอม แต่ผลพลอยได้ที่สำคัญก็คือการกินผักใบเขียวช่วยป้องกันสิวได้นะ โดยเฉพาะผักในตระกูลกะหล่ำอย่างบร็อคโคลี่ กะหล่ำดอก ผักคะน้า ผักต่างๆ เหล่านี้มีส่วนช่วยในการปรับฮอร์โมนในร่างกายให้เกิดความสมดุล การกินผักจึงช่วยป้องกันสิวประจำเดือนได้เป็นอย่างดี

2. ธัญพืชและปลาทะเล เพิ่มไขมันดี ลดสิว ลดอาการอักเสบ

ธัญพืชและปลาทะเลเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันโอเมก้า 3 และไขมันโอเมก้า 6 ซึ่งดีต่อสุขภาพร่างกายของคนเรามาก บางครั้งเราอาจจะคุ้นๆ กับชื่อของโอเมก้า 3 และ 6 จากโฆษณาตามทีวีและอินเตอร์เน็ต ซึ่งบอกได้เลยว่ามันดีจริงๆ นะ เพราะว่าไขมันพวกนี้เป็นไขมันดี แตกต่างจากไขมันที่มักจะทำให้เราเป็นสิว เมื่อเรากินธัญพืชหรือปลาทะเลเข้าไปอย่างเหมาะสมก็จะช่วยให้ผิวมีสมดุลไขมันบนใบหน้ามากขึ้น จึงช่วยลดสิวและป้องกันสิวให้เราได้

3. นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ช่วยให้ลำไส้ทำงานปกติ ทำให้ผิวดี ไม่มีสิว

อาหารที่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์อย่างโพรไบโอติกส์นับว่าขาดไม่ได้เลยสำหรับคนที่รักสุขภาพตัวเอง เพราะร่างกายคนเราต้องการการดูแลให้ภายในมีความสมดุลและสมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ การขับถ่ายต่างๆ ก็จำเป็นมาก หากกินอาหารพวกนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตเข้าไปก็จะช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ปกติดี เหตุผลนี้เองทำให้ช่วยป้องกันสิวประจำเดือน แล้วก็ทำให้ผิวพรรณของเราดูผ่องใส ไร้สิวบนใบหน้า

4. อาหารประเภทถั่ว เช่น อัลมอนด์ ถั่วลิสง ลดอาการปวดท้อง ป้องกันสิว

ถั่วเป็นอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี หรือ Zinc ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบของร่างกาย ลดสิวก่อนมีประจำเดือน หากเราไม่อยากปวดท้องหรือมีสิวในช่วงวันนั้นของเดือนก็ควรทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสีเยอะๆ แร่ธาตุนี้พบมากในถั่วอัลมอนด์ ถั่วลิสง วอลนัท ถั่วแดง เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง และปลาทะเล

สิวประจำเดือนปัญหาที่ทำให้หญิงสาวหลายคนต้องปวดใจกันมานาน เพราะแค่ปวดท้องทุกเดือนก็ลำบากแย่แล้ว ยังจะมีสิวฮอร์โมนจากการเป็นประจำเดือนให้ใบหน้าหมดสวยอีกต่างหาก โชคดีที่ปัญหาเหล่านี้มีวิธีแก้ นั่นคือการเลือกรับประทานอาหารดีๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพียงเราหมั่นทานอาหารต่างๆ ตามเมนูลดสิวข้างต้น เท่านี้ก็ช่วยดูแลและป้องกันปัญหาสิวประจำเดือนได้แล้ว

Line

Facebook

Address

Tel

ทำไม “สิวฮอร์โมน” ถึงยากจะหาย? และ กินอะไรลดสิวฮอร์โมน ได้จริง?

สิวฮอร์โมน (Hormonal Acne) เป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยมักขึ้นบริเวณคาง ขากรรไกร และบริเวณรอบปาก โดยมีสาเหตุหลักมาจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศ เช่น โปรเจสเตอโรนและเทสโทสเตอโรนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป สะสมในรูขุมขน และเกิดการอักเสบ

 

แม้จะมียาทาหรือยาทานจากแพทย์ แต่หลายคนยังต้องการวิธีธรรมชาติที่ “ปลอดภัย ยั่งยืน และช่วยลดสิวจากภายใน” นั่นคือ… “กินอะไรลดสิวฮอร์โมน”

 

ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำ 7 อาหารที่แพทย์ผิวหนังและนักโภชนาการแนะนำ พร้อมหลักวิทยาศาสตร์ ที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ลดการอักเสบ และลดสิวฮอร์โมนอย่างเป็นธรรมชาติ — ไม่ต้องพึ่งครีมราคาแพงหรือยาที่มีผลข้างเคียง!

 

 

✅ 7 อาหารกินแล้วช่วยลดสิวฮอร์โมน ตามหลักวิจัย

1. ปลาแซลมอน – แหล่งโอเมก้า-3 ต้านการอักเสบ

“โอเมก้า-3 ช่วยลดระดับสารอักเสบในร่างกายที่กระตุ้นสิว” — วารสาร Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology

 

ปลาแซลมอน, ปลาแมคเคอเรล, ปลาทูน่า และปลาซาร์ดีน ล้วนอุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ช่วยลดการผลิตสารอักเสบ (inflammatory cytokines) ที่เป็นตัวกระตุ้นสิวฮอร์โมน แนะนำกินอย่างน้อย 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์

 

🔹 เคล็ดลับ: ทานปลาแซลมอนย่างหรืออบ แทนการทอด เพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการ

 

2. ผักใบเขียวเข้ม – วิตามิน A, C, E และสารต้านอนุมูลอิสระ

“การบริโภคผักใบเขียวช่วยลดการผลิตน้ำมันและปรับฮอร์โมนอินซูลิน” — มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

 

ผักอย่าง ผักโขม, คะน้า, บร็อคโคลี่, ผักกูด อุดมไปด้วยวิตามิน A (ช่วยควบคุมการผลิตเซลล์ผิว), วิตามิน C (ลดรอยแดง), และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบจากฮอร์โมน

 

🔹 เคล็ดลับ: ทานผักให้หลากหลาย 5 สีต่อวัน — ยิ่งหลาก ยิ่งได้ประโยชน์!

 

3. ถั่วและเมล็ดพืช – สังกะสี (Zinc) ตัวช่วยลดสิวฮอร์โมน

“การเสริมสังกะสีช่วยลดสิวฮอร์โมนได้ใกล้เคียงกับยาที่ใช้รักษาสิวในบางกรณี” — วารสาร Dermatology and Therapy

 

เมล็ดฟักทอง, อัลมอนด์, วอลนัท, เมล็ดเจีย ล้วนอุดมไปด้วยสังกะสี ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่:

  • ควบคุมการผลิตน้ำมัน (sebum)
  • ลดการอักเสบ
  • ช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น
 

🔹 แนะนำ: กินเมล็ดฟักทองวันละ 1 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 30 กรัม) หลังอาหารเช้า

 

4. โยเกิร์ตโปรไบโอติก (ไม่มีน้ำตาล) – ปรับสมดุลลำไส้ ลดสิวจากภายใน

“ลำไส้ไม่ดี = ผิวไม่ดี” — ทฤษฎี “Gut-Skin Axis” ที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ผิวหนัง

 

จุลินทรีย์ในลำไส้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการอักเสบและฮอร์โมน โยเกิร์ตที่มีโปรไบโอติกแท้ (เช่น Lactobacillus, Bifidobacterium) ช่วยลดการดูดซึมสารพิษและฮอร์โมนที่ผิดปกติออกจากร่างกาย

 

🔹 เลือกให้ดี: โยเกิร์ตแบบ “ไม่เติมน้ำตาล”, “ไม่มีสารให้ความหวานเทียม” — น้ำตาลคือศัตรูตัวฉกาจของสิว!

 

5. ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง – ไฟโตเอสโตรเจนธรรมชาติ

“ไฟโตเอสโตรเจนช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง ลดความรุนแรงของสิวฮอร์โมน” — สมาคมโภชนาการไทย

 

ถั่วเหลือง, เต้าหู้, นมถั่วเหลือง, น้ำเต้าหู้ ให้สาร “ไฟโตเอสโตรเจน” ที่มีโครงสร้างคล้ายเอสโตรเจนในร่างกาย ช่วย “แข่งขัน” กับฮอร์โมนเพศชายที่มากเกินไป ลดการกระตุ้นต่อมไขมัน

 

🔹 คำแนะนำ: ควรเลือกผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองแบบธรรมชาติ ไม่ผ่านการแปรรูปมากเกินไป

 

6. ชาเขียว – สาร EGCG ลดการผลิตน้ำมันและอักเสบ

“EGCG ในชาเขียวลดการผลิต sebum ได้ถึง 70% ในงานวิจัยทางคลินิก” — วารสาร Journal of Investigative Dermatology

 

สาร EGCG (Epigallocatechin gallate) ในชาเขียวมีคุณสมบัติต้านการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนและลดความรุนแรงของสิวฮอร์โมน

 

🔹 วิธีดื่มให้ได้ผล: ดื่มชาเขียวอุ่น 1–2 ถ้วยต่อวัน หลังอาหาร ไม่ควรดื่มตอนท้องว่าง

 

7. ผลไม้เบอร์รี่ – แอนโทไซยานิน ต้านอนุมูลอิสระระดับสูง

“เบอร์รี่ช่วยลดระดับอินซูลินในเลือด ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นหลักของสิวฮอร์โมน”

 

สตรอเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่, แบล็กเบอร์รี่ มีสารแอนโทไซยานินที่ช่วยลดการอักเสบและปรับระดับอินซูลิน — ซึ่งหากอินซูลินสูง จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศชายมากขึ้น

 

🔹 กินอย่างไร? ทานวันละ 1 ถ้วยเล็ก หรือใส่ในโยเกิร์ต หรือสมูทตี้

 

 

❌ อาหารที่ “ห้ามกิน” ถ้าอยากลดสิวฮอร์โมน

 
 
น้ำตาลและของหวาน
เพิ่มอินซูลิน → กระตุ้นฮอร์โมนเพศชาย → สิวขึ้น
นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนม
มีฮอร์โมนสัตว์และสารกระตุ้น IGF-1 ที่เพิ่มการผลิตน้ำมัน
อาหารแปรรูป/ไขมันทรานส์
เพิ่มการอักเสบในร่างกาย
อาหารจานด่วน/ของทอด
ทำลายสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้

💡 คำแนะนำจากแพทย์: ลองงดนมวัวและน้ำตาลเป็นเวลา 4 สัปดาห์ แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิว — หลายคนพบว่าสิวลดลงอย่างชัดเจน!

 

 

📅 ตัวอย่างเมนู “กินอะไรลดสิวฮอร์โมน” สำหรับ 1 วัน

 
 
7:00 น.
โยเกิร์ตไม่หวาน + เมล็ดฟักทอง + บลูเบอร์รี่ ½ ถ้วย
10:00 น.
ชาเขียวอุ่น 1 ถ้วย
12:30 น.
ข้าวกล้อง + ปลาแซลมอนย่าง + ผักโขมผัดน้ำมันมะกอก
15:30 น.
ถั่วอัลมอนด์ 10 เม็ด + น้ำเต้าหู้ไม่หวาน
19:00 น.
เต้าหู้ต้มน้ำซุป + ผักคะน้าผัดกระเทียม + ข้าวเหนียวดำ

 

💬 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: กินอาหารเหล่านี้แล้วสิวหายทันทีไหม?
A: ไม่ทันที! ร่างกายต้องใช้เวลา 4–8 สัปดาห์ในการปรับสมดุลฮอร์โมนและลดการอักเสบ ต้องกินอย่างสม่ำเสมอ

 

Q: สามารถกินอาหารเหล่านี้ร่วมกับยาสิวได้ไหม?
A: ได้! อาหารเหล่านี้เป็นเสริม ไม่ขัดแย้งกับยา แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหากใช้ยาเช่น Isotretinoin

 

Q: ผู้ชายกินได้ไหม?
A: ได้! สิวฮอร์โมนเกิดได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง การกินอาหารต้านการอักเสบช่วยได้ทุกเพศ

 

 

🔚 สรุป: กินอะไรลดสิวฮอร์โมน? จำง่ายๆ 3 หลัก

  1. กินอาหารต้านอักเสบ → ปลา, ผัก, เบอร์รี่
  2. กินอาหารปรับฮอร์โมน → ถั่วเหลือง, เมล็ดฟักทอง
  3. งดอาหารกระตุ้นฮอร์โมน → น้ำตาล, นมวัว, ของทอด
 

“สิวไม่ใช่แค่ผิวหนัง แต่เป็นกระจกสะท้อนสุขภาพภายใน” — แพทย์ผิวหนัง โรงพยาบาลศิริราช

 

เริ่มวันนี้ด้วยการเปลี่ยนมื้ออาหารเล็กๆ คุณจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวภายใน 4 สัปดาห์ — ไม่ต้องพึ่งครีมแพง ไม่ต้องเสียเงินกับการรักษาที่ไม่ได้ผล

 

 

📌 แชร์บทความนี้ให้เพื่อนที่กำลังทุกข์ทรมานจากสิวฮอร์โมน!
🔔 ติดตามเราเพื่อติดตามเคล็ดลับดูแลผิวจากแพทย์ผิวหนังและนักโภชนาการที่เชื่อถือได้

 

 

#กินอะไรลดสิวฮอร์โมน #สิวฮอร์โมน #อาหารลดสิว #ดูแลผิวจากภายใน #สิวคาง #โภชนาการเพื่อผิวใส #สิวไม่ต้องพึ่งยา #สุขภาพผิว #กินเพื่อผิวสวย #ผิวใสไร้สิว

 

 

บทความนี้ อ้างอิงจากวารสารทางการแพทย์ระหว่างประเทศ (2020–2024)
ข้อมูลอัปเดตล่าสุด: 19 พฤศจิกายน 2025