- มิถุนายน 4, 2026
- แพทย์หญิงกัญวรา นวอนุรักษ์
- Comment: 0
- บทความ
เลเซอร์ฝ้าด้วย Helios III Laser รีวิวการรักษาฝ้า กระและสาเหตุการเกิด
การรักษาฝ้าในปัจจุบันมีหลายวิธีมาก เช่น การเลเซอร์ฝ้า ฉีดยารักษาฝ้า หรือใช้ยาทาฝ้า โดยแต่ละวิธีจะมีข้อดีแตกต่างกันไป ซึ่งการรักษาจะเห็นผลมากน้อยแค่ไหนขึ้นกับหลายปัจจัย ทั้งแพทย์ เครื่องมือที่ใช้ และตัวคนไข้เอง ดังนั้นควรศึกษาข้อมูล หรือปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อน เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับตัวคนไข้ และเพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด
สวัสดีค่ะ หมอชื่อหมอเหมี่ยว พญ.กัญวรา นวอนุรักษ์ แพทย์ประจำกัญวราคลินิกนะคะ หมอได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาของการเกิดฝ้าและคำถามเกี่ยวกับฝ้า มาตอบกันที่นี่ เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกการรักษาด้วยเลเซอร์ฝ้า และป้องกันตนเองให้ไกลจากปัญหาฝ้ากันค่ะ
ฝ้า และ สาเหตุของการเกิดฝ้า
ฝ้า หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Melasma คือ ปื้นรอยคล้ำสีดำ หรือน้ำตาลอ่อน มักเกิดบริเวณโหนกแก้ม คาง หน้าผาก ส่วนมากพบในผู้หญิงอายุ 25-55 ปี เป็นปัญหาผิวหนังที่พบได้บ่อยมากโดยเฉพาะในคนเอเชีย
สาเหตุของการเกิดฝ้า
- แสงแดด
การได้รับแสง UVA และ UVB โดยตรงหรือบ่อยครั้ง ทำให้เซลล์เม็ดสีในผิวหนังได้รับการกระตุ้นให้ผลิตเม็ดสีเพิ่มขึ้น ผิวจึงเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น - ฮอร์โมน
เมื่อมีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มากเกินไป เช่น การหลั่งฮอร์โมนช่วงตั้งครรภ์ และการทานยาคุมกำเนิด ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ในชั้นผิวหนังผลิตเม็ดสี (Melanin) ออกสู่ผิวหนังไม่สม่ำเสมอ จึงมีการกระตุ้นสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติ ทำให้เกิดฝ้าขึ้นหรือกระตุ้นให้เข้มกว่าเดิมค่ะ - เครื่องสำอาง
เช่น ครีมหน้าขาวใสเร็ว หรือสารปรอท ตะกั่ว อาจมีสารที่ทำให้เกิดการกระตุ้นฝ้าได้ง่าย จะเห็นว่าตอนแรกทาไปหน้าจะขาวเรียบเนียน พอทานานๆ ขึ้น หน้าจะเริ่มเป็นคนแพ้ง่าย แต่พอหยุดใช้หน้ายิ่งแย่ สุดท้ายจะเห็นมีฝ้าขึ้นทาเท่าไหร่ไม่หายและมีเส้นเลือดฝอยขึ้น หน้าแดง รวมทั้งการใช้เครื่องสำอางที่ผสมน้ำหอมหรือเครื่องสำอางที่มีสี มีการตกค้างใต้ผิวหนัง ทำให้ดูเหมือนมีสีน้ำตาลเข้มเป็นจุดๆ เมื่อสะสมมากขึ้น จึงเกิดเป็นฝ้าได้ค่ะ
- ความเครียด
โดยเมื่อเราทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ฮอร์โมนเสียสมดุล จะมีฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองหลั่งผิดปกติ ทำให้ฝ้าดูชัดขึ้น เราจะเห็นว่าผิวหน้าดูดำคล้ำขึ้น - กรรมพันธุ์
อาจมีส่วนเกี่ยวข้องได้ เนื่องจากมีรายงานว่าเป็นในครอบครัวได้ร้อยละ 30-50 เลยค่ะ - ขาดสารอาหารบางชนิด
พบว่าฝ้าอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ในผู้ที่มีหน้าที่การทำงานของตับผิดปกติ และรายที่ขาดวิตามินบี 12
รักษาฝ้า อย่างถูกวธีที่ กัญวราคลินิก
การรักษาฝ้าที่เป็นมาตรฐาน สามารถทำได้ด้วยการทาครีม ใช้เลเซอร์ และฉีดยาเข้าที่ผิวหรือที่เรียกว่าเมโสนั่นเองค่ะ
วิธีที่ 1 ใช้ครีมหรือยาทาฝ้า
ตามงานวิจัยทางการแพทย์ การใช้ยาทาฝ้ายังถือเป็นทางเลือกแรกที่จำเป็นในการรักษา โดยครีมที่ดีจะช่วยออกฤทธิ์ช่วยให้ฝ้าเก่าจางลง และต้องป้องกันการเกิดฝ้าใหม่ได้ด้วย สำหรับที่กัญวราคลินิก เรามีครีมทั้งกลุ่มที่เป็นยาทา และกลุ่มเวชสำอางที่หลากหลายชนิด ซึ่งหมอจะเลือกใช้ตัวไหนขึ้นกับการพิจารณาเป็นเคสๆ ไปค่ะ
วิธีที่ 2 เลเซอร์ฝ้า
การทำ เลเซอร์ฝ้า เป็นทางเลือกอีกทางที่จะช่วยทำให้ฝ้าจางเร็วขึ้น ถือเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ปัจจุบันค่อนข้างนิยม เพราะฝ้าจางได้รวดเร็ว ได้ผลดี แต่อย่างไรก็ตามการทำเลเซอร์จะเหมาะกับผู้ที่ผิวไวต่อแดดน้อย และสามารถดูแลตัวเองโดยหลีกเลี่ยงแดดหลังทำได้ดีค่ะ
สำหรับที่กัญวราคลินิก หมอเลือกใช้ KS whitening laser ซึ่งเป็น Q switch nd yag laser โดยออกฤทธิ์ทำให้เม็ดสีมีการแตกตัว หลังจากนั้นเม็ดสีที่แตกตัวจะเลื่อนขึ้นมาที่ผิวชั้นบน รอการผลัดเซลล์หลุดออกไปค่ะ
วิธีที่ 3 การฉีดยารักษาฝ้า (Mesotherapy)
การฉีดยารักษาฝ้า ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยรักษาฝ้าให้หายขาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการรักษาแบบนี้จะเป็นการฉีดตัวยาเข้าไปยังชั้นใต้ผิวหนังบริเวณที่เป็นฝ้าโดยตรง และตัวยาจะเข้าไปฟื้นฟูผิวจากภายใน
สำหรับที่กัญวราคลินิก จะมีกลุ่มยาที่ใช้ฉีด 2 แบบคือ ยาที่ลดเม็ดสีโดยตรง และกลุ่มยาที่กระตุ้นการทำงานของเซลล์ให้เซลล์ผิวแข็งแรงแล้วเซลล์จึงตอบสนองต่อการทายาและเลเซอร์ฝ้าดีขึ้นค่ะ
เลเซอร์ฝ้า รักษาหน้าให้กลับมาเนียบใส
เลเซอร์ฝ้า วิธีรักษาฝ้าด้วยพลังงานแสงที่ยิงไปผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนผลิตเซลล์ใหม่ ช่วยผิวสวย เนียนใส จุดด่างดำ กระ ดูจางลง และช่วยชะลอริ้วรอย
การยิงเลเซอร์ฝ้า
การยิงเลเซอร์ฝ้า จะขึ้นกับความลึกของฝ้า ซึ่งฝ้าจะมีแบบฝ้าลึก และฝ้าตื้น
- ถ้าฝ้าตื้น จะยิงเลเซอร์แบบตกสะเก็ด หลังจากนั้นรอให้สะเก็ดหลุดออกไป (หรือสามารถเลือกใช้การรักษาแบบอื่นเช่น ทายา สำหรับฝ้าตื้น )
- ถ้าฝ้าลึก จะยิงเลเซอร์แบบไม่ตกสะเก็ด ไม่มีแผลหลังทำ ฝ้าจะค่อยๆจาง จึงต้องทำหลายครั้ง
วิธีการรักษาด้วยเลเซอร์ดียังไง
เลเซอร์ฝ้าเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับการรักษาฝ้า การทำเลเซอร์ฝ้า มีข้อดี คือ
- กำจัดเม็ดสีได้ตรงจุด จึงทำให้เห็นผลเร็วกว่าวิธีอื่น
- ช่วยเรื่องอื่นได้ด้วย เช่น กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ กระ ชะลอริ้วรอย
ผลลัพธ์ การรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์
การทำเลเซอร์ฝ้าจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนผลิตเซลล์ใหม่ เมื่อรักษาก็ส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียน ฝ้า กระ ลดน้อยลง การรักษาด้วยเลเซอร์จะเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก ทำต่อเนื่องทุก 2 สัปดาห์ ประมาน 3-10 ครั้ง ฝ้าจะค่อยๆจางลง ซึ่งอาจใช้ระยะเวลานานแต่ไม่มีผลข้างเคียง
การดูแลตัวเอง ก่อนและหลัง ทำเลเซอร์ฝ้า
ก่อนทำเลเซอร์ฝ้า
- สอบถามแพทย์ก่อนทำเลเซอร์ฝ้า เช่น ใช้ยาประเภทไหน ระยะการเห็นผลนานไหม หากมีอาการผิดปกติควรทำอย่างไร หรือสอบถามข้อมูลกับแพทย์เพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจ
- ก่อนการทำเลเซอร์ฝ้า คนไข้ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ งดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และเตรียมเวลาสำหรับการทำเลเซอร์
- เลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเลเซอร์ฝ้า เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่น่าพอใจ สำหรับกัญวราคลินิกเรามีผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้าโดยเฉพาะที่จะช่วยรักษาปัญหาฝ้าที่เกิดขึ้นได้
หลังทำเลเซอร์ฝ้า
- ทำตามคำแนะนำของแพทย์ให้เคร่งครัด
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่แพทย์แนะนำเท่านั้น เพื่อลดการระคายเคืองหรือเกิดผลข้างเคียงให้น้อยที่สุด
- หลีกเลี่ยงการใช้โฟมล้างหน้าหรือโทนเนอร์
โปรแกรมรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ที่ กัญวราคลินิก
โปรแกรมการรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ และ เครื่องมือที่ใช้
ที่กัญวราคลินิกหมอเลือกใช้ Helios III ซึ่งเป็นเลเซอร์ตระกูล Q switch Nd YAG จาก Laseroptek รุ่นเจเนอเรชันที่สี่ จุดที่ทำให้หมอเลือกตัวนี้คือมันยิงได้สองความยาวคลื่นในเครื่องเดียว ทั้ง 1064 nm และ 532 nm พูดง่ายๆ คือ 532 จัดการเม็ดสีที่อยู่ผิวตื้นได้ ส่วน 1064 ลงลึกไปถึงเม็ดสีในชั้นหนังแท้ได้ ซึ่งตรงกับเรื่องที่หมอเล่าไปก่อนหน้าว่าฝ้าคนไทยส่วนใหญ่เป็นแบบผสมมีทั้งตื้นทั้งลึก เครื่องที่ยิงได้คลื่นเดียวมักจัดการได้แค่ชั้นเดียว
หลักการทำงานคือปล่อยพลังงานแสงในระดับ nanosecond ที่จำเพาะต่อเม็ดสีดำหรือเมลานินเท่านั้น ทำให้เม็ดสีแตกตัวเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเซลล์เม็ดเลือดขาวของร่างกายจะค่อยๆ เก็บกวาดเม็ดสีที่ไม่ต้องการออกไปเอง อีกฟังก์ชันที่หมอใช้บ่อยคือโหมด Real Twin Pulse หรือ RTP ที่ปล่อยพลังงานเป็นสองจังหวะเท่ากันติดกัน ช่วยให้พลังงานลงลึกได้โดยที่ความร้อนสะสมน้อยลง คนไข้จึงเจ็บน้อยกว่าการยิงพลังงานสูงรวดเดียว ข้อดีโดยรวมคือพลังงานไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง ผลข้างเคียงจึงน้อยกว่าเลเซอร์หลายตัว
แต่หมอจะไม่หลอกว่าเครื่องนี้วิเศษกว่าใคร เครื่องเลเซอร์ Q switch ดีๆ ในตลาดมีหลายยี่ห้อและคุณภาพใกล้เคียงกัน สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์จริงไม่ใช่ยี่ห้อเครื่อง แต่เป็นมือคนยิงและการปรับค่าพลังงาน เครื่องเดียวกันยิงโดยคนสองคนได้ผลคนละเรื่องเลยค่ะ หมอเคยรับเคสที่คนไข้ไปทำที่อื่นมาด้วยเครื่องรุ่นเดียวกันเป๊ะ แต่หน้าดำลงเพราะตั้งพลังงานสูงเกินไปสำหรับฝ้าลึกของเขา
วิธีที่หมอยิงจะต่างกันตามความลึกของฝ้า ถ้าเป็นฝ้าตื้นบางเคสหมอเลือกยิงแบบให้ตกสะเก็ดบางๆ แล้วรอสะเก็ดหลุดเอง บางเคสฝ้าตื้นมากหมอแนะนำให้ทายาอย่างเดียวก่อนด้วยซ้ำ ไม่ต้องยิงเลเซอร์ ส่วนฝ้าลึกหมอจะใช้คลื่น 1064 ร่วมกับโหมด RTP ยิงแบบไม่ตกสะเก็ดด้วยพลังงานต่ำแต่ทำถี่ ค่อยเป็นค่อยไป เพราะการเร่งคือการทำร้าย คนไข้บางคนใจร้อนขอให้ยิงแรงๆ ให้จบไวๆ หมอปฏิเสธทุกครั้ง เพราะรู้ว่าผลที่ตามมาคืออะไร
ขั้นตอนการรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์
- พบแพทย์เพื่อประเมินปัญหาผิว ให้คำแนะนำก่อนการรักษา
- ทำความสะอาดผิวหน้า
- ขณะทำ จะมีการปิดตาด้วยแว่นตากันแสง และเป่าลมเย็นเพื่อลดความรู้สึก
- ขณะยิง หมอจะยิงเลเซอร์ตามจุดที่มีปัญหา จะรู็สึกเพียงจี๊ดๆเหมือนมีอะไรดีดที่ผิวเบาๆ ใช้เวลายิงประมาน 10 นาที
- หลังยิง ทาครีมลดระคายเคืองครีมบำรุง
ราคารักษาเลเซอร์ฝ้า
| Helios III Laser ทั่วหน้า | รายครั้ง XXXX บาท |
| คอร์ส 5 ครั้ง XXXXX บาท |
คำถามที่พบบ่อย
ทำต่อเนื่องทุก 2 สัปดาห์ ประมาน 3-10 ครั้ง ฝ้าจะค่อยๆจางลง ซึ่งอาจใช้ระยะเวลานานแต่ไม่มีผลข้างเคียง
ในเวลานี้ไม่มียาหรือการรักษารูปแบบไหนที่สามารถป้องกันฝ้าได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารที่เป็นดีต่อผิวหนังรวมทั้งวิตามินดีในปริมาณที่เพียงพอก็ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดี
พลังแสงที่ยิงไปผิวหนังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนผลิตเซลล์ใหม่ เมื่อรักษาก็ส่งผลให้ผิวดูเรียบเนียน ฝ้า กระ ลดน้อยลง การรักษาด้วยเลเซอร์จะเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก
สิ่งหนึ่งที่หมออยากให้ตระหนักคือ ปัญหาฝ้า เหมือนเป็นโรคประจำตัว ถ้าเป็นแล้วมีโอกาสกำเริบได้เรื่อยๆ ถ้ามีตัวกระตุ้น เช่น แสงแดดค่ะ ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญมากๆ คือ พอเรารักษาฝ้าจนดีขึ้นแล้ว ควรต้องทาครีมป้องกันฝ้า และที่สำคัญมากๆ คือ ทาครีมกันแดดที่คุณภาพดีอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ จะเป็นตัวช่วยป้องกันไม่ให้ฝ้ากำเริบได้ดีมากเลยค่ะ
การรักษาฝ้า กระ เพื่อให้หน้าของเรากลับมาเรียบเนียน สวยใส ไร้ริ้วรอย อาจส่งผลข้างเคียงต่อใบหน้าบ้าง ซึ่งแต่ละบุคคลจะผลข้างเคียงต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแข็งแรงของสภาพผิว อาการข้างเคียงที่สามารถพบได้ ได้แก่
- รอยแดง
- ความแห้งกร้าน
- ระคายเคืองต่อผิวหนัง
- หน้าลอก
- ผิวไวต่อแดด
แนะนำว่าควรดูแลผิวตามคำแนะนําของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด ค่ะ
หมอแนะนำเป็นการฉีดตัวยารักษาฝ้าได้ค่ะ
ฝ้าเป็นอะไรที่รักษายากมาก ถึงจะรักษาหายไปแล้วก็มีสิทธิ์ที่จะกลับมาเป็นใหม่ค่ะ ฝ้าส่วนใหญ่ที่เราเห็นกัน ปกติแล้วเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะก็จะจางลงไปเองค่ะ
การที่เราหลีกเลี่ยงแดด แสงจากหน้าจอ ขยันทาครีมกันแดด การทำแบบนี้ไม่ได้ทำให้ฝ้าหายไปนะคะ เป็นเพียงการทำให้ฝ้าจางลงเฉยๆ เพราะยังไม่มีเทคโนโยยีไหนที่สามารถกำจัดเม็ดสีผิวหนังอกไปแบบเฉพาะจุดได้ ส่วนใครที่อยากปรึกษาเรื่องฝ้า พี่หมอให้คำแนะนำฟรีค่ะ งดเสี่ยงซื้อครีมมาทาเองเด็ดขาด ถ้าหน้าลอกขึ้นมาจะยิ่งทำให้หน้าเราแย่ลงกว่าเดิมค่ะ
เป็นเรื่องยากมากค่ะ ที่จะรักษาฝ้าให้หายขาดแบบถาวร เพราะขนาดตัวเราเอง็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงพันธุกรรม หรือเลี่ยงไม่ให้ตัวเองเจอแสงแดดได้ แต่ว่าก็มีวิธีการหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่จะทำให้ฝ้าแย่ลงได้ได้ค่ะ
ในเวลานี้ไม่มียาหรือการรักษารูปแบบไหนที่สามารถป้องกันฝ้าได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารที่เป็นดีต่อผิวหนังรวมทั้งวิตามินดีในปริมาณที่เพียงพอก็ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดี
รีวิวเคสรักษาฝ้าที่กัญวราคลินิก
สำหรับใครที่อ่านข้อมูล แล้วมีปัญหาฝ้าต้องการปรึกษาหมอ หรือสอบถามเพิ่มเติม
กัญวราคลินิก ตั้งอยู่บนถนนเลียบคลองสอง ใกล้กับซาฟารีเวิลด์ เดินทางมาไม่ยากเลยค่ะ
- เปิดให้บริการ วันอังคาร ถึงศุกร์ 10.30-19.30 น.
- เสาร์ อาทิตย์ 10.00-18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์
ช่องทางติดต่อ ตามด้านล่างนี้นะคะ





