หน้าย่น มี วิธีแก้ กลับมา ดูหน้าเด็กลง ได้ ด้วย เคล็ดลับ ที่ กัญวราคลินิก

เมื่อสองสามปีก่อนมีคนไข้ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องตรวจของหมอช่วงบ่ายแก่ๆ วันพฤหัส เธอนั่งลงแล้วก็ยังไม่พูดอะไรสักพัก ก่อนจะหยิบกระจกพกพาเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าแล้วถามหมอว่าทำไมพอเข้าเลขสามปลายๆ หน้ามันถึงดูเหนื่อยตลอดเวลาทั้งที่นอนเต็มอิ่ม หมอจำสีหน้าเธอตอนนั้นได้แม่นมาก เพราะมันคือคำถามเดียวกับที่หมอเคยถามตัวเองหน้ากระจกที่บ้านเมื่อหลายปีก่อน

เรื่องหน้าย่นเนี่ยคนส่วนใหญ่เข้าใจว่ามันคือเรื่องของริ้วรอยอย่างเดียว พอเห็นเส้นบางๆ ที่หางตาหรือร่องแก้มก็คิดว่าต้องไปฉีดอะไรสักอย่างให้มันเต็ม แต่เอาจริงๆ สิ่งที่หมอเจอในห้องตรวจมาตลอดคือคนไข้ส่วนมากไม่ได้มีปัญหาริ้วรอยลึกขนาดนั้น สิ่งที่ทำให้หน้าดูแก่กว่าวัยจริงๆ คือผิวที่ขาดความยืดหยุ่น ผิวที่แห้งจนแสงไม่สะท้อน ผิวที่ดูโทรมเหมือนคนอดนอนทั้งที่นอนครบแปดชั่วโมง อันนี้แหละที่หมออยากเล่าให้ฟังวันนี้ เพราะมันแก้ได้ และวิธีแก้มันก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด

“การหยุดความร่วงโรยของผิวพรรณ ให้กลับมาดูสดใส
และอ่อนเยาว์อยู่เสมอ เรียกความมั่นใจให้กลับคืนมาอีกครั้ง”

หมอเหมี่ยว แพทย์หญิงกัญวรา นวอนุรักษ์ ขอเล่าจากมุมของคนที่ดูแลผิวคนไข้มาเป็นพันเคสที่กัญวราคลินิก ว่าทำไมหมอถึงเปลี่ยนความคิดเรื่องนี้ไปพอสมควรในช่วงไม่กี่ปีมานี้

ผิวที่ดูเหนื่อยมันเริ่มจากอะไรกันแน่

ตอนหมอเรียนจบใหม่ๆ หมอเชื่อแบบหนึ่งเลยว่าผิวแก่เพราะคอลลาเจนลดลงตามอายุ ซึ่งก็ไม่ผิดหรอกนะคะ แต่มันเป็นแค่ครึ่งเดียวของเรื่อง พอหมอทำงานไปเรื่อยๆ ได้เจอคนไข้หลากหลายแบบมากขึ้น หมอเริ่มเห็นว่าคนอายุเท่ากันเป๊ะ ผิวกลับต่างกันลิบลับ บางคนสี่สิบแล้วผิวยังอิ่มน้ำดูมีชีวิตชีวา บางคนสามสิบต้นๆ ผิวกลับดูแห้งล้าเหมือนคนเหนื่อยสะสม

เรื่องของเรื่องคือผิวเรามันเป็นเหมือนฟองน้ำ ตอนยังเด็กฟองน้ำชิ้นนี้อุ้มน้ำได้เต็มที่ กดลงไปแล้วมันเด้งกลับทันที พอเราอายุมากขึ้นบวกกับเจอแดดเมืองไทยที่แรงเอาเรื่อง เจอแอร์ในออฟฟิศที่เป่าทั้งวัน เจอความเครียดจากงาน ฟองน้ำชิ้นนี้มันค่อยๆ เก็บน้ำได้น้อยลง พอกดลงไปมันไม่เด้งกลับเหมือนเดิม นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าผิวขาดความยืดหยุ่น และมันคือต้นเหตุจริงๆ ที่ทำให้หน้าดูเหนื่อยก่อนที่ริ้วรอยจะมาเสียอีก

หมอเคยมีช่วงที่ลองดูแลผิวตัวเองด้วยการทาครีมราคาแพงหลายตัวมาก คิดว่ายิ่งแพงยิ่งดี ปรากฏว่าไม่ ผิวหมอตอนนั้นก็ยังดูล้าเหมือนเดิม เพราะปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ผิวชั้นบนสุด ครีมที่เราทาส่วนใหญ่มันซึมลงไปได้แค่ผิวกำพร้าชั้นนอก แต่ความยืดหยุ่นที่หายไปมันอยู่ลึกกว่านั้น อันนี้คือบทเรียนที่หมอได้มาด้วยเงินตัวเองก่อนจะมาเข้าใจมันจริงๆ

ทำไมแต่งหน้าไม่ติด ทาครีมไม่ซึม

มีคนไข้ถามหมอบ่อยมากว่าทำไมเดี๋ยวนี้แต่งหน้าแล้วมันไม่ติดเหมือนเมื่อก่อน รองพื้นที่เคยใช้ได้ดีกลับลอยเป็นคราบ ทาครีมบำรุงไปเท่าไหร่ก็รู้สึกเหมือนมันนอนอยู่บนผิวเฉยๆ ไม่ยอมซึมลงไป หมอฟังแล้วเข้าใจเลยเพราะหมอก็เคยเป็น

คำตอบมันเชื่อมโยงกับเรื่องฟองน้ำที่หมอเล่าไปเมื่อกี้ ผิวที่ขาดน้ำขาดความยืดหยุ่นพื้นผิวมันจะไม่เรียบ มองด้วยตาเปล่าอาจไม่เห็นชัด แต่ถ้าส่องกล้องเข้าไปจะเห็นว่าผิวมันขรุขระเป็นคลื่นเล็กๆ พอเอารองพื้นทาลงไปบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ มันก็เลยไม่เกาะ ดูเป็นคราบ ส่วนครีมที่ทาไม่ซึมก็เพราะชั้นผิวที่แห้งมันเหมือนกำแพงที่ปิดประตูตัวเอง

หมอชอบเปรียบผิวแบบนี้กับดินในกระถางที่ปล่อยให้แห้งนานเกินไป เคยไหมเวลาดินแห้งจัดแล้วเรารดน้ำลงไป น้ำมันไม่ซึมเลย ไหลลงข้างกระถางหมด ผิวที่ขาดน้ำมานานก็เป็นแบบเดียวกัน เราต้องค่อยๆ เติมความชุ่มชื้นกลับเข้าไปให้ถึงชั้นที่ลึกพอ ดินถึงจะกลับมาอุ้มน้ำได้ ผิวถึงจะกลับมารับการบำรุงได้อีกครั้ง อันนี้คือหลักการง่ายๆ ที่หมอใช้อธิบายให้คนไข้ฟังเสมอ

แก้ หน้าลอกเป็นขุย แต่งหน้าไม่ติด

Radiance Skin Booster คืออะไร ทำไมหมอถึงเลือกใช้

ทีนี้พอเรารู้แล้วว่าปัญหามันอยู่ลึกกว่าผิวชั้นบน คำถามต่อมาคือแล้วเราจะเติมความชุ่มชื้นและฟื้นความยืดหยุ่นลงไปถึงชั้นนั้นได้ยังไง นี่คือจุดที่หมออยากเล่าเรื่อง Radiance Skin Booster ให้ฟัง

Skin Booster มันไม่เหมือนการฉีดเติมเต็มร่องลึกแบบที่หลายคนเข้าใจ มันไม่ได้ไปดันให้หน้าเต็มหรือเปลี่ยนโครงหน้า สิ่งที่มันทำคือนำสารบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้นเข้าไปฝากไว้ในชั้นผิวโดยตรง เหมือนเรารดน้ำให้ดินถึงราก ไม่ใช่แค่พรมน้ำที่ผิวหน้าดิน พอสารพวกนี้เข้าไปอยู่ในชั้นผิว มันก็ช่วยให้ผิวกักเก็บน้ำได้ดีขึ้น ฟองน้ำที่เคยแห้งก็ค่อยๆ กลับมาอุ้มน้ำได้อีกครั้ง ผิวเลยดูอิ่มขึ้น เรียบเนียนขึ้น และที่สำคัญคือมันดูเป็นธรรมชาติ

หมออยากพูดตรงๆ เรื่องหนึ่ง ตอนแรกหมอเองก็ยังไม่ค่อยมั่นใจกับการทำ Skin Booster เท่าไหร่ เพราะหมอเป็นคนระวังเรื่องการทำหัตถการกับผิวคนไข้มาก หมอกลัวว่ามันจะให้ผลแบบฉาบฉวยแล้วก็หายไป แต่พอหมอได้ติดตามผลคนไข้จริงๆ หลายเคสในช่วงหลายเดือน หมอเริ่มเห็นว่าผิวคนไข้ที่ดูแลต่อเนื่องมันเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปในทางที่ดี ไม่ใช่เปลี่ยนวันนี้แล้วพรุ่งนี้หาย แต่มันค่อยๆ ดีขึ้นแล้วอยู่ตัว นั่นแหละที่ทำให้หมอเปลี่ยนความคิด

ผิวแบบไหนที่เหมาะกับการดูแลด้วยวิธีนี้

 หมอเจอคำถามนี้บ่อย บางคนกลัวว่าตัวเองหน้ายังไม่แก่พอจะทำ บางคนกลัวว่าตัวเองสายเกินไปแล้ว หมออยากบอกว่าจริงๆ แล้วมันไม่เกี่ยวกับอายุตรงๆ มันเกี่ยวกับสภาพผิวมากกว่า

คนที่หมอเห็นว่าเหมาะที่สุดคือคนที่รู้สึกว่าผิวตัวเองดูเหนื่อย ดูโทรม ทั้งที่ดูแลสุขภาพดีอยู่แล้ว คนที่แต่งหน้าแล้วไม่ติดเหมือนเดิม คนที่ทาครีมไปเท่าไหร่ก็รู้สึกว่าผิวยังแห้งอยู่ลึกๆ คนที่อยากให้ผิวกลับมาดูสดใสมีน้ำมีนวลแบบธรรมชาติโดยไม่ต้องการเปลี่ยนหน้าตัวเอง คนกลุ่มนี้แหละที่หมอว่าน่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด

แต่หมอก็จะบอกคนไข้เสมอว่าก่อนตัดสินใจทำอะไรกับผิว เรามาคุยกันก่อนดีกว่า หมออยากดูผิวจริงๆ ก่อน อยากฟังว่าคนไข้ใช้ชีวิตแบบไหน นอนพอไหม โดนแดดเยอะแค่ไหน เพราะการดูแลผิวที่ดีมันไม่ใช่แค่ทำหัตถการอย่างเดียวแล้วจบ มันต้องดูภาพรวมของคนคนนั้นด้วย อันนี้คือสิ่งที่หมอยึดถือมาตลอดตั้งแต่เปิดกัญวราคลินิก

เรื่องที่หมออยากให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

หมอเป็นหมอที่ไม่ชอบขายฝัน หมอจะไม่บอกว่าทำครั้งเดียวแล้วหน้าเด็กลงสิบปี เพราะมันไม่จริง สิ่งที่หมอบอกได้คือถ้าเราดูแลผิวอย่างถูกวิธีและต่อเนื่อง ผิวมันจะค่อยๆ กลับมาดูดีขึ้นในแบบที่คนรอบตัวสังเกตได้ แต่อาจจะบอกไม่ถูกว่าเราไปทำอะไรมา เขาจะแค่รู้สึกว่าเราดูสดใสขึ้น ดูพักผ่อนเพียงพอขึ้น ดูเด็กลงในแบบที่เป็นธรรมชาติ

หมอว่าความงามที่ดีที่สุดคือความงามที่คนอื่นทักว่าเราดูดีขึ้น ไม่ใช่ความงามที่คนอื่นทักว่าเราไปทำอะไรมา อันนี้คือปรัชญาที่หมอใช้ดูแลคนไข้ทุกคน และมันคือเหตุผลที่หมอเลือกวิธีที่ให้ผลแบบธรรมชาติมากกว่าวิธีที่เปลี่ยนหน้าแบบหวือหวา

มีคนไข้คนหนึ่งกลับมาหาหมอหลังจากดูแลผิวต่อเนื่องได้สักพัก เธอเล่าให้หมอฟังว่าลูกสาวเธอถามว่าแม่ไปทำผมมาเหรอ ทำไมดูสดใสขึ้น ทั้งที่เธอไม่ได้ทำผม เธอแค่ผิวดูดีขึ้นจนคนรอบตัวรู้สึกได้ หมอฟังแล้วก็ยิ้ม เพราะนั่นคือผลลัพธ์ที่หมออยากให้คนไข้ทุกคนได้รับ

แก้หน้าย่น

เริ่มต้นดูแลผิวที่กัญวราคลินิกได้ยังไง

ตอนนี้ที่กัญวราคลินิกหมอมีโปรแกรมดูแลผิวด้วย Radiance Skin Booster ที่หมอตั้งใจจัดให้คนไข้ได้ลองดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง เพราะอย่างที่หมอบอกไปว่าผิวมันต้องการการดูแลแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ หมอเลยจัดเป็นแพ็กเกจห้าครั้งในราคาหนึ่งหมื่นห้าพันบาท จากราคาปกติสามหมื่นสองพันห้าร้อยบาท เพื่อให้คนไข้ที่อยากเริ่มดูแลผิวจริงจังได้ลองดูแลครบคอร์สโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมากเกินไป

หมอไม่อยากให้ใครรีบตัดสินใจเพราะเห็นราคาถูกอย่างเดียวนะคะ หมออยากให้มาคุยกับหมอก่อน มาให้หมอดูผิวก่อน เผื่อบางทีสิ่งที่ผิวคนไข้ต้องการอาจไม่ใช่ Skin Booster ก็ได้ อาจเป็นอย่างอื่น หมอจะได้แนะนำสิ่งที่เหมาะกับผิวจริงๆ ของแต่ละคน เพราะหน้าทุกหน้ามันไม่เหมือนกัน และหมออยากดูแลแบบที่เหมาะกับคนคนนั้นจริงๆ

ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าผิวตัวเองกำลังเหนื่อย กำลังโทรม กำลังขาดความสดใสไป หมออยากชวนให้ลองเข้ามาปรึกษากันก่อน ไม่ต้องตัดสินใจอะไรในวันนั้นก็ได้ แค่มาคุยมาให้หมอดูผิวแล้วเราค่อยวางแผนกันว่าจะดูแลผิวยังไงให้กลับมาดูสดใสและดูเด็กลงในแบบที่เป็นตัวคนไข้เองมากที่สุด หมอกับทีมที่กัญวราคลินิกยินดีดูแลทุกคนเสมอนะคะ

ผิวที่ดูเหนื่อยมันไม่ใช่เรื่องที่เราต้องทนอยู่กับมันไปตลอด หมอผ่านจุดที่มองหน้าตัวเองในกระจกแล้วรู้สึกว่าทำไมดูล้าจังมาก่อน หมอเลยเข้าใจความรู้สึกนี้ดี และหมอก็เชื่อจริงๆ ว่าถ้าเราดูแลผิวให้ถูกจุดถูกวิธี ผิวมันพร้อมจะกลับมาดูสดใสให้เราเสมอ ขอแค่เราเริ่มดูแลมันตั้งแต่วันนี้ก็พอแล้วก็แล้วกันนะคะ

การดูแลตัวเองหลังทำ

Line

Facebook

Address

Tel