ที่ตั้ง หน้าหมู่บ้านไอดีไซน์ ใกล้สำนักงานเขต คลองสามวา

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าปกติในการรักษาสิว

สิวเป็นแผลที่ผิวหนังประเภทหนึ่งที่ไม่ได้อันตรายมากนัก  เกิดขึ้นเมื่อต่อมน้ำมันของผิวหนังสร้างน้ำมันที่เรียกว่าซีบัมมากเกินไป ส่งผลให้รูขุมขนอุดตันและทำให้เกิดสิว สิวอาจใช้เวลานานถึงหกสัปดาห์กว่าจะหาย แต่สิวเม็ดเดียวที่มีขนาดเล็กๆ ปกติแล้วจะใช้เวลาเพียงไม่เกิดหนึ่งสัปดาห์ แต่อีกกรณีหนึ่งที่ทำให้ใครหลายคนให้ความสนใจนั้นก็คือ สาเหตุที่ทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าปกติในการรักษาสิว ซึ่งปัญหาสวนใหญ่ก็มักจะไปจบที่แพทย์ เป็นเพราะอะไรมาอ่านดูพร้อมๆกันได้เลย 

สาเหตุของการเกิดสิว 

แม้ว่าสิวส่วนใหญ่จะหายไปภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่บางสิวอาจใช้เวลานานกว่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสิวที่มีลักษณะก้นลึกหรือสิวที่ทำให้ผิวหนังแดงเจ็บ นี่คือสาเหตุทั่วไปที่ทำให้ต้องใช้เวลานานในการรักษาสิว 

วัฏจักรสิว 

ปกติแล้วเวลาที่เราเป็นสิว ต้องใช้เวลา 2-3 สัปดาห์กว่าจะหาย แต่จะกลับมาอีกเรื่อยๆ มีทั้งสิวหัวขาวซึ่งปิดรูขุมขนอุดตัน และสิวหัวดำซึ่งเป็นรูขุมขนที่อุดตันแบบเปิด สิวมักจะขึ้นบริเวณใบหน้า หน้าอก หลัง หรือไหล่ พบได้บ่อยในวัยรุ่น และจะหยุดโดยธรรมชาติเมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไป  

สิวอักเสบ 

สิวซีสต์เป็นสิวชนิดรุนแรง มันเกิดจากน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วที่สร้างขึ้นลึกลงไปในรูขุมขน  การสะสมเหล่านี้สามารถทำให้สิวแตกใต้ผิวหนังและทำให้เกิดซีสต์ได้ 

สิวเรื้อรังควรรักษาโดยแพทย์ผิวหนัง ถึงจะเป็นทางเลือกในการรักษาที่ดีที่สุด เนื่องจากแพทย์รู้สึกสาเหตุละวิจัยผลการรักษารวมถึงจ่ายยาตามใบสั่งยาเพื่อช่วยกำจัดสิวเรื้อรังและป้องกันการติดเชื้อได้ 

สิวจากเชื้อรา 

สิวจากเชื้อราเป็นภาวะที่ Pityrosporum ซึ่งเป็นยีสต์ชนิดหนึ่งเข้าสู่รูขุมขนและมีการทวีคูณความรุนแรงขึ้น สิวจากเชื้อรามักเกิดขึ้นที่หน้าอกและหลังเป็นส่วนใหญ่  

Pityrosporum พบได้ตามปกติในร่างกายของคุณ แต่ไม่สามารถควบคุมได้ ยังไม่สามารถทราบได้ถึงสาเหตุของการเกิดสิวเชื่อราได้แบบละเอียดมากนัก แต่อาจมีปัจจัยมาจาก : 

  • ผิวมัน 
  • ยา เช่นคอร์ติโคสเตียรอยด์ 
  • ภาวะต่างๆ เช่นเบาหวาน 
  • ความเครียด 
  • ความเหนื่อยล้าของผิว 

เนื่องจากสิวเชื้อราเกิดจากเชื้อรา จึงไม่สามารถรักษาด้วยการรักษาสิวแบบปกติได้ จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาผ่านแพทย์ผิวหนังเท่านั้น  

วิธีรักษาสิวง่ายๆ ทำได้เองที่บ้าน 

แน่นอนว่าหลังจากที่พบแพทย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว จนกว่าจะถึงเวลานัดครั้งถัดไป ระหว่างนั้นเราก็ต้องดูแลตัวเองที่บ้าน ซึ่งเป็นการรักษาปกติของคนที่เป็นสิวต้องทำกัน นั้นก็คือ 

ปล่อยมันไป 

หลีกเลี่ยงการจิ้ม หยิก  หรือจับที่สิว การกดสิวอาจดูเหมือนเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการกำจัดสิว แต่อาจทำให้เกิดแผลเป็นได้นอกจากนี้ การสัมผัสสิวยังสามารถถ่ายโอนน้ำมันและแบคทีเรียจากมือไปยังใบหน้าได้อีกด้วย อาจทำให้สิวหายช้าลงไปอีก 

ล้างหน้าเป็นประจำ 

การล้างหน้าวันละสองครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเหงื่อออก สามารถป้องกันไม่ให้น้ำมันที่รูขุมขนสร้างขึ้นไปอุดตันได้แต่การล้างหน้าบ่อยเกินไปต้องระวัง: สามารถเกิดการระคายเคืองได้ คนที่มีผิวที่บอบบางและทำให้สิวแย่ลง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ในการล้างหน้าที่เหมาะสม 

ประคบร้อน 

การประคบร้อนจะช่วยให้สิวเปิด มีประสิทธิภาพมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสิวใต้ผิวหนัง แช่ผ้าขนหนูในน้ำอุ่น แล้วทาลงบนสิวเป็นเวลา 10 ถึง 15 นาทีสามารถทำแบบนี้ได้หลายครั้งต่อวัน 

ทาครีม OTC ให้ทั่วใบหน้า ไม่ต้องแต้มเฉพาะแค่ตรงสิว เพราะเราไม่ให้สิวใหม่เกิดขึ้นมาอีกนั้นเอง อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำการรักษาอย่างเคร่งครัด  

การรักษาสิวแบบ OTC ทั่วไป ได้แก่ : 

เรตินอยด์. ส่วนผสมนี้ทำมาจากวิตามินเอและมาในรูปแบบครีม เจล หรือโลชั่น อย่าใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทุกวัน แค่ใช้ในช่วงแรกเพื่อให้เวลาผิวปรับสภาพเท่านั้น 

กรดซาลิไซลิก. สามารถรับได้จากแพทย์ผิวหนังของเราเท่านั้น ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยอีกที 

เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ไม่มีใบสั่งยาก็ถือว่าอด เป็นอีกตัวยาหนึ่งที่สามารถต่อสู้กับแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดสิวได้ดี แต่ต้องผ่านการตรวจสอบจากแพทย์แล้วว่าประเภทสิวของเราเหมาะกับยาตัวนี้หรือไม่ 

การรักษาแบบ OTC บางอย่าง เช่น กรดซาลิไซลิกและเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ เป็นตัวยาที่แพทย์ต้องสั่งให้เท่านั้นจึงจะสามารถใช้ได้ การรักษาตามใบสั่งแพทย์อื่น ๆ เช่นเจล Dapsoneเฉพาะรักษาสิวอักเสบยาปฏิชีวนะอาจใช้เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้สิวแย่ลง แต่ไม่ได้ทำให้สิวหายไป 

ทาครีม OTC ให้ทั่วใบหน้า ไม่ต้องแต้มเฉพาะแค่ตรงสิว เพราะเราไม่ให้สิวใหม่เกิดขึ้นมาอีกนั้นเอง อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำการรักษาอย่างเคร่งครัด  

การรักษาสิวแบบ OTC ทั่วไป ได้แก่ : 

เรตินอยด์. ส่วนผสมนี้ทำมาจากวิตามินเอและมาในรูปแบบครีม เจล หรือโลชั่น อย่าใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทุกวัน แค่ใช้ในช่วงแรกเพื่อให้เวลาผิวปรับสภาพเท่านั้น 

กรดซาลิไซลิก. สามารถรับได้จากแพทย์ผิวหนังของเราเท่านั้น ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยอีกที 

เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ไม่มีใบสั่งยาก็ถือว่าอด เป็นอีกตัวยาหนึ่งที่สามารถต่อสู้กับแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดสิวได้ดี แต่ต้องผ่านการตรวจสอบจากแพทย์แล้วว่าประเภทสิวของเราเหมาะกับยาตัวนี้หรือไม่ 

การรักษาแบบ OTC บางอย่าง เช่น กรดซาลิไซลิกและเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ เป็นตัวยาที่แพทย์ต้องสั่งให้เท่านั้นจึงจะสามารถใช้ได้ การรักษาตามใบสั่งแพทย์อื่น ๆ เช่นเจล Dapsoneเฉพาะรักษาสิวอักเสบยาปฏิชีวนะอาจใช้เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้สิวแย่ลง แต่ไม่ได้ทำให้สิวหายไป 

LINE

Facebook

Address

Tel