ที่ตั้ง หน้าหมู่บ้านไอดีไซน์ ใกล้สำนักงานเขต คลองสามวา

สิวเรื้อรัง ที่แก้ม คาง หน้าผาก ไม่หายสักที แต่หลายคนรักษาหายขาด ที่ กัญวราคลินิก

สิวเรื้อรัง

ปัญหาสิว ถือเป็นเรื่องที่กวนใจหลายคน ทุกเพศ ทุกวัย ทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน หรือบางคนใกล้เข้าสูงอายุแล้ว ก็ยังมีสิวอยู่ ส่วนใหญ่จะคิดว่าเป็นเรื่องของฮอร์โมนเพศ ซึ่งน่าจะมีแค่ในวัยรุ่นเท่านั้น อายุ 20ปีกว่าๆ ฮอร์โมนเพศน่าจะเริ่มปกติ สิวควรจะลดลงได้แล้ว แต่หลายคนพอเข้าสู่ช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป ยังพบว่ามีสิวขึ้นให้กวนใจเรื่อยๆ เป็นสิวเรื้อรังไม่หายสักที เป็นสิว เป็นๆหายๆ บางคนขึ้นทั่วหน้า บางคนขึ้นแค่เฉพาะจุด เช่น สิวเรื้อรังอที่แก้มเรื้อรัง สิวเรื้อรังที่คาง สิวเรื้อรังที่หน้าผาก

โดยทั่วไปฮอร์โมนเพศที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิว น่าจะลดลงแล้วแต่ทำไมถึงยังมีสิวอยู่ หมอจึง จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิวเรื้อรังกันแบบเจาะลึกนะคะว่า สิวเรื้อรังคืออะไร สาเหตุสิวเรื้อรัง หรือ สิวเรื้อรังเกิดจากอะไร ทำไมเป็นสิวไม่หายสักที การดูแลตัวเองเพื่อให้สิวเรื้อรังดีขึ้น การรักษาสิวเรื้อรังด้วยตนเอง และ การรักษาสิวด้วยวิธีทางการแพทย์ ค่ะ

และนอกจากนี้ สิวเรื้อรัง ยังเป็นอีกปัญหาที่พบมากช่วง โควิด-19  เพราะอะไรบ้าง ตามกันไปอ่านได้เลยค่ะ

ก่อนอื่นหมอขอแนะนำตัวก่อนนะคะ หมอชื่อ หมอเหมี่ยว แพทย์หญิงกัญวรา นวอนุรักษ์ เป็นแพทย์ประจำกัญวราคลินิกค่ะ

รู้ให้ชัด สิวเรื้อรัง คืออะไร?

สิวเรื้อรัง (Chronic Acne) คือ ภาวะที่มีอาการสิว ไม่ว่าจะเป็น สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด สิวหัวหนอง สิวอุดตันหัวดำ รวมถึง มีรอยสิว ขึ้นอยู่ในที่เดิมๆไม่หาย เช่น ใบหน้า คาง หน้าผาก แก้ม ซึ่งในบางครั้งเป็นสิวรักษาดีขึ้น ผ่านไปสักพักก็ขึ้นมาใหม่ หรือ เป็นตลอด ผลัดกันยุบผลัดกันขึ้น ไม่หายสักที  ทำให้คนไข้เครียดที่สิวไม่หาย กังวลใจอยากให้หน้าใสบ้าง หมอเข้าใจเลยค่ะ จึงควรมาดูว่า อะไรบ้างที่ทำให้เราเป็น “สิวเรื้อรัง”

เป็น สิวเรื้อรัง ไม่หายสักที เกิดจากอะไร?

อันดับแรกต้องขอเกริ่นก่อนว่า สิวเรื้อรังนั้น มีหลายแบบ ทั้งกลุ่มสิวอุดตัน สิวอักเสบ ที่เรียกว่า Acne Vulgaris ซึ่งเป็นสิวส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มที่หมอจะกล่าวถึง  นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มอื่นๆ ได้แก่ สิวผด ที่เรียกว่า Acne Estivaris , ภาวะสิวหน้าแดง (Acne Rocasea) ซึ่งหมอจะขอให้รายละเอียดข้อมูลในบทความอื่นๆต่อไปนะคะ 

สาเหตุที่ทำให้สิวไม่หายนั้น จะมีความเกี่ยวข้องกับ กลไกการเกิดสิว แต่ละขั้นตอนนั่นเอง โดยกลไกการเกิดสิวอุดตันสิวอักเสบ (Acne Vulgaris) จะเริ่มจาก

  1. มีฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง (หลักๆ คือ ฮอร์โมนเพศชาย ที่ชื่อ เทสโทสเตอโรน และ ฮอร์โมนอื่นๆ ได้แก่ คอร์ติซอล อินซูลิน)  ไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันที่ผิวหนังผลิตไขมันออกมาในรูขุมขน
  2. มีการแบ่งตัวมากเกินของ ผิวหนังชั้นนอก มาอุดตันรูขุมขน
  3. มีแบคทีเรียเจริญเติบโตที่ผิวมากเกินไป
  4. มีปฏิกิริยาอักเสบ

ฉะนั้น อะไรก็ตาม ที่มีผลต่อ 4 กลไกการเกิดสิวนี้ จะเป็นสาเหตุของสิวอักเสบเรื้อรังค่ะ โดยในคนๆนึง สาเหตุการเกิดสิว มักจะไม่ได้มีอย่างเดียว การเกิดสิวเป็นเรื่องจากหลายๆอย่างปนๆกัน เราควรหาสาเหตุให้ถี่ถ้วน แล้วค่อยๆปรับแก้ไปทีละอย่างค่ะ

สาเหตุและปัจจัยการเกิดสิวเรื้อรัง

1.ภาวะความไม่สมดุลของฮอร์โมน  คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเกิดสิว มีเพียงแค่ ฮอร์โมนเพศชาย หรือ แอนโดรเจน หรือ เทสโทสเตอโรน แค่นั้น แต่จริงๆแล้ว ยังมีอีกหลายอย่าง โดย

    • เทสโทสเทอโรน คือ ฮอร์โมนเพศชายชนิดหนึ่ง จะทำให้ต่อมไขมันมีการสร้างไขมันมากขึ้น ทำให้เราผิวมัน มีการอุดตันไขมันที่รูขุมขน เกิดเป็นสิว
    • โปรเจสเตอโรน คือ ฮอร์โมนเพศหญิงชนิดหนึ่ง จะมีผลทำให้เซลล์ผิวหนังมีการบวม แล้วปิดรูเปิดของรูขุมขน ทำให้ไขมันไม่สามารถระบายออกมาได้ เกิดเป็นสิว
    • คอร์ติซอล คือ ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความกระปรี้กระเปร่า ถ้ามีมากเกินจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น ผิวมัน มีการอุดตันไขมันที่รูขุมขน เกิดสิวอุดตันและกลายเป็นสิวเรื้อรังได้ ค่ะ
    • อินซูลิน คือ ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับน้ำตาลในเลือด จะมีผลทางอ้อมไปกระตุ้นให้มีการอุดตันของไขมัน และ กระตุ้นสารอักเสบ เกิดสิวอุดตัน และ สิวอักเสบ อาจส่งผลกลายมาเป็นสิวเรื้อรังได้ในที่สุดค่ะ

ภาวะที่จะมีผลต่อฮอร์โมนต่างๆ จน สิวเห่อ ได้แก่

      • Lifestyle ความเครียด ใช้ชีวิตเร่งรีบ นอนดึก มีผลต่อฮอร์โมนเกือบทุกชนิดที่หมอกล่าวไว้ด้านบนเลยค่ะ
      • ช่วง 7 วัน ก่อนมีประจำเดือนและช่วงมีประจำเดือน โดยช่วง7วันก่อนมีประจำเดือน ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะสูง ทำให้เกิดสิว แล้วพอช่วงมีประจำเดือนฮอรโมนเพศหญิงลดลง ทำให้สัดส่วนของฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนดูมากขึ้น ต่อมไขมันจึงทำงานมากขึ้น จึงเกิดสิวอักเสบตามมา ซึ่งถ้าเกิดแบบนี้อยู่เรื่อยไป ก็จะเรียกว่า สิวเรื้อรัง ค่ะ
      • ในคนที่ฉีดยาคุม บางคนสิวเห่อได้ เพราะยาคุมชนิดฉีดมีส่วนผสมของออร์โมนที่คล้ายโปรเจสเทอโรน ค่ะ
      • ภาวะโรคบางชนิด มีผลต่อปริมาณฮอร์โมนที่ไม่สมดุลแล้วสิวขึ้น แต่ส่วนใหญ่มักมีอาการอื่นๆของร่างกายร่วมด้วย เช่น ประจำเดือนไม่ปกติ ขนดก ศรีษะล้าน กรณีแบบนี้อาจต้องปรึกษาแพทย์อีกทีค่ะ

2. สิ่งภายนอกที่สัมผัสผิวของเรา สิ่งต่างๆในชีวิตประจำวันที่ได้สัมผัสที่ผิวหน้าเรา ล้วนมีผลต่อการเกิดสิวทั้งนั้น เพราะทำให้เกิดสิ่งสกปรกอุดตัน หมักหมม มีการเติบโตของแบคที่เรียมาก และ อาจทำให้ผิวระคายเคือง กระตุ้นสิวได้ทั้งนั้น สิ่งเหล่านั้นมีอะไรบ้างลองไปดูกันค่ะ

ครีมทาผิวหน้า ครีมกันแดด หมอแนะนำว่าในคนที่ สิวขึ้นง่าย ถ้าใครใช้ครีมตัวไหนแล้วไม่ทำให้สิวมากขึ้น พยายามอย่าเปลี่ยนครีมบ่อย ใช้ดีอยู่แล้วให้ใช้แบบเดิมค่ะ

ส่วนคนไหนที่ใช้อะไรก็สิวขึ้น ลองใช้ครีมสูตรที่ระบุว่า Oil Free, Fragrance Free, Alocohol Free ,Paraben Free, Silicone Free แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้นเท่านั้น เพราะ ครีมบางชนิด ถึงมีส่วนผสมต่างๆที่หมอกล่าวไว้ แต่พอใช้จริงแล้ว อาจไม่ทำให้เกิดสิวเสมอไปก็ได้ค่ะ จึงเน้นว่า “ไม่พยายามเปลี่ยนครีมบำรุงผิวบ่อยๆ จะดีที่สุดค่ะ”

เครื่องสำอาง โดยเครื่องสำอางที่มีผลต่อการเกิดสิวเรื้อรังได้มากที่สุด คือ รองพื้นและแป้งผสมรองพื้นต่างๆค่ะ หลักการคือ

      • เลือกสูตรที่ไม่กระตุ้นให้เกิดสิว เลี่ยงส่วนผสมของซิลิโคน (silicone) สังเกตุจาก มีส่วนผสมของ -cone , -siloxane
      • ซิลิโคน มีข้อดี คือ ช่วยให้เนื้อรองพื้นเกลี่ยง่าย หน้าเนียน ปกปิดรูขุมขน เป็นส่วนผสมที่มักต้องมีในรองพื้นอยู่แล้ว และถึงแม้ว่า จะไม่ใช่สาเหตุหลักๆของการเกิดสิว แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงการอุดตันรูขุมขน ถ้าทำความสะอาดผิวไม่ดีค่ะ ฉะนั้น ควรเน้นเรื่องการทำความสะอาดที่หมดจด
      • นอกจากการทำความสะอาดเครื่องสำอางแล้ว อีกเรื่องที่ไม่ควรลืม คือ ความสะอาดของพัฟ แปรงแต่งหน้า ควรทำความสะอาดอยู่เสมอ
        และ ไม่ควรแต่งหน้าทิ้งไว้นานเกิน (ซึ่งอาจกำหนดระยะเวลายาก เอาเป็นว่า ถ้าสะดวกแล้ว ให้รีบทำความสะอาดให้เร็วที่สุดดีกว่าค่ะ)

        สูตร Oil Free, Fragrance Free , Alcohol Free ก็ยังจำเป็นสำหรับคนเป็นสิวง่าย และ แพ้ง่ายนะคะ

แชมพู ในคนเป็นสิวเรื้อรัง ที่เกิดขึ้นจาก แชมพู มักขึ้นบริเวณที่ผิวสัมผัสผม หรือ แชมพู เช่น กรอบหน้า หน้าผาก ไรผม หมอแนะนำว่าให้เลือกใช้สูตรที่ Silicone Free ,Fragrance Free, Alocohol Free ,Paraben Free ถ้าจะหาซื้อง่ายๆคือ ใช้แชมพูเด็กที่เนื้อใสค่ะ

หน้ากากอนามัย โดยเฉพาะในช่วงสถานกาณ์โควิด19 นี้ มีคนไข้ที่มีสิวขึ้นจากการใส่หน้ากากอนามัยเยอะมากค่ะ ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย ตั้งแต่ เนื้อสัมผัสของหน้ากากอนามัยที่อาจระคายเคืองต่อผิว จึงทำให้กระตุ้นสิวเกิดขึ้นมา และ ความอับชื้นจากการใส่หน้ากากนานๆ ทำให้เกิดการหมักหมมของสิ่งสกปรก คราบเหงื่อไคล และ แบคทีเรียต่างๆ จึงทำให้เป็นทั้ง สิวอุดตัน สิวอักเสบ และ สิวเรื้อรัง

นี่เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถเลี่ยงได้ เพราะจำเป็นต้องใส่หน้ากาก คนไข้จึงเครียดกันมาก ไม่รู้จะทำยังไงดี หมอแนะนำเบื้องต้น

“ให้ลองเปลี่ยนเนื้อหน้ากาก ที่เป็นเนื้อผ้ารองไว้ก่อนด้านใน เพราะ เนื้อของผ้าจะนุ่ม ระคายเคืองผิวน้อยกว่า ระบายอากาศดีกว่าหน้ากากทางการแพทย์แบบใช้แล้วทิ้งค่ะ”

ถ้าไม่มั่นใจเรื่องการป้องกันเชื้อโควิด ให้เอาหน้ากากทางการแพทย์ใส่ทับอีกชั้นด้านนอก นอกจากนี้ให้หาเวลาที่เหมาะสม ถอดหน้ากากบ่อยๆ หมั่นเปลี่ยนชิ้นหน้ากาก ถ้ารู้สึกว่ามีความอับชื้นแล้ว เพียงเท่านี้ก็จะพอช่วยลดการเกิดสิวเรื้อรัง ที่แก้ม ที่คาง ที่หน้า ได้ส่วนนึงเลยค่ะ

โทรศัพท์มือถือ เป็นสิ่งที่หลายคนอาจละเลย บางทีเราชอบคุยโทรศัพท์มือถือโดยเอาแนบที่แก้มด้านไหน ก็จะพบว่าสิวทั้งอุดตัน อักเสบ และ สิวเรื้อรัง จะขึ้นที่แก้มด้านนั้น เพราะ ความมันคราบเหงื่อไคลสิ่งสกปรกต่างๆ จะติดอยู่ที่โทรศัพท์ หมอแนะนำให้ขยันเช็ดทำความสะอาดโทรศัพท์ และ ใช้หูฟัง ก็จะช่วยได้ค่ะ

ที่นอน ทั้งที่นอน ปลอกหมอน เป็นอะไรที่เราได้สัมผัสทุกๆวัน บางครั้งสิ่งสกปรกต่างๆ ความมันที่ผิวหน้า ที่หมักหมม จะเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดสิวเรื้อรังได้ หมอแนะนำให้ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนบ่อยๆ ถ้าใครแพ้ง่ายมากๆ ก็อาจต้องเลือกน้ำยาซักผ้าชนิดที่อ่อนโยนต่อผิวด้วยค่ะ

มลภาวะฝุ่นละออง ฝุ่น PM ความร้อนชื้น แสงแดด จากงานวิจัยมีบอกว่า มลพิษของอากาศมีผลต่อการเกิดสิวนะคะ เพราะทำให้สารต้านอนุมูลอิสระของผิวลดลงและภูมิต้านทานผิวหนังแย่ลง ผิวจึงอ่อนแอ แพ้ง่าย เป็นสิวได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ค่อยได้สัมผัสมลพิษทางอากาศค่ะ และ แสงแดด อากาศร้อน จะทำให้ผิวเรามีเหงื่อและน้ำมันออกมาที่ผิวง่าย ทั้งแสงแดด ความร้อนความชื้น ฝุ่นละออง รวมๆกันยิ่งทำให้สิวอุดตัน สิวอักเสบ และกลายเป็นสิวเรื้อรังได้ในที่สุดค่ะ หมอแนะนำให้หลีกเลี่ยงไปในสถานที่ๆมีฝุ่น แดด นานๆค่ะ และ พยายามทำความสะอาดผิวให้ดีที่สุด ใช้ครีมบำรุงผิวที่ลดระคายเคือง ก็จะทำใหปลอดภัยจากสิวมากขึ้น

3.อาหาร พบว่ามีอาหารบางอย่าง ที่เป็น ตัวกระตุ้นให้เกิดสิว คนที่พบว่าตัวเองเป็นสิวเรื้อรัง ยิ่งต้องมั่นสังเกตให้ดีค่ะ อาหารเหล่านั้น จะไปทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นรวดเร็ว แล้วทำให้ฮอร์โมนอินซูลินหลั่งออกมามากขึ้น มีผลต่อการหลั่งสารที่ไปกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันที่ผิว และ อาหารบางอย่างสามารถไปกระตุ้นปฎิกิริยาอักเสบในร่างกายให้เกิดง่ายขึ้น จึงมีผลต่อการเกิดสิวเรื้อรังได้ค่ะ

อาหารแบบไหนบ้าง ที่ทำให้เกิดสิวเรื้อรัง

อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง หรือ Glycemic Index สูง ได้แก่ อาหารประเภทที่มีน้ำตาลมากๆ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่มที่หวานๆ ขนมหวาน และ แป้งแปรรูป เช่น แป้งขัดขาวจำพวกแป้งเบเกอรี่ ขนมปังขัดขาว

โดยอาหารเหล่านี้จะไปทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระตุ้นให้ฮอร์โมนอินซูลินมีการหลั่งมากขึ้น แล้วทำให้เกิดกระบวนการกระตุ้นให้ต่อมไขมันมีการทำงานสร้างไขมันเยอะขึ้น ทำให้เซลล์ผิวมีการแบ่งตัวเร็วขึ้น เกิดทั้งการอุดตันและปฏิกิริยาอักเสบเกิดขึ้นด้วย จึงทำให้ มีทั้ง สิวอุดตัน และ สิวอักเสบ สิวเรื้อรังเห่อตามมาค่ะ

นมวัว และ ผลิตภัณฑ์จากนมวัว เช่น ชีส เพราะช่วงที่ร่างกายมีการย่อยโปรตีนจากนมวัว จะมีการปล่อยฮอร์โมนที่ชื่อ IGF-1 ซึ่งเจ้าฮอร์โมนตัวนี้จะกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น กลไกคล้ายๆกับสาเหตุจากอาหารที่ดัชนี้น้ำตาลสูงค่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาสิวจากผลิตภัณฑ์นมวัวนั้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน ฉะนั้นถ้าเราอยากรู้ว่า นมวัว เป็นตัวการกระตุ้นให้เกิดสิวหรือไม่ หมอแนะนำให้ลอง งดนมวัวชั่วคราวอย่างน้อยประมาน 1 เดือน แล้วสังเกตดูว่าปริมาณ “สิว” น้อยลงหรือไม่ค่ะ และ บางทีดูเหมือนเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเพราะอาหารหลายๆอย่างในปัจจุบันล้วนมีส่วนผสมของนมวัว หมอแนะนำว่าอาจลองค่อยๆงดสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่ใช่นมวัวไปก่อนก็ได้ค่ะ สุดท้ายแล้วปรับอย่างอื่นแล้วสิวยังเกิดอีก ก็ค่อยปรับในส่วนของสาเหตุจากนมวัวอีกที

ไขมันทรานส์ จะพบได้ใน มาการีน, เนย, ครีมเทียม หรือ ในผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ เช่น คุกกี้, โดนัท, เค้ก อาหารด่วน เช่น เฟรนช์ฟราย, แฮมเบอร์เกอร์, ขนมกรุบกรอบทั้งหลายค่ะ ซึ่งไขมันทรานส์คือไขมันไม่อิ่มตัวจากพืชที่ถูกดัดแปลงในกระบวนการอุตสาหกรรม เพื่อให้น้ำมันกลายเป็นของกึ่งแข็ง อร่อยขึ้น อยู่ได้นาน แต่พอเรากินเข้าไปแล้วจะกระตุ้นกระบวนการอักเสบในร่างกายหลายๆด้าน ส่วนหนึ่งคือทำให้เกิดสิว จนกลายเป็นสิวเรื้อรังได้ค่ะ

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องภูมิแพ้อาหารแฝง อาหารประเภทอื่นๆที่อาจเกี่ยวข้องกับสิวได้ คือ กลูเตน อาหารแปรรูป เวย์โปรตีน พบได้บ้างซึ่งหมอไม่ได้ลงรายละเอียดนะคะ

อาหารและสารอาหารหลายชนิดช่วยลดความรุนแรงของสิวได้

การเลือกทานอาหารที่ มีสารต้านอนุมูลอิสระ หรือ วิตามินบางชนิด จะช่วยลดการอักเสบในร่างกาย นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณสดใสอ่อนเยาว์ ชะลอริ้งรอยแล้ว ยังช่วยลดความรุนแรงของสิว ได้ด้วยค่ะ ลองมาดูกันว่าเรา ควรเลือกทานอาหารแบบไหนบ้าง

     อาหารที่มีโพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์  โพรไบโอติกตือจุลินลินทรีย์ชนิดดีที่อยู่ในลำไส้เราช่วยปรับสมดุลให้ลำไส้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั่วร่างกาย ลดการอักเสบของสิว และป้องกันการเกิดสิวเรื้อรังได้  ซึ่งจะพบใน โยเกริต นมเปรี้ยว และ อาหารเสริมโพรไบโอติกส์ ส่วนพรีไบโอติกส์ คือ อาหารที่จุลินทรีย์ในลำไส้กินเป็นอาหาร  ได้แก่ ผัก เช่นกระเทียม ,หอมใหญ่ ,หน่อไม้ฝรั่ง ผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล ,กล้วย

    อาหารที่มีวิตามินเอ สังกะสี จะช่วยลดการอักเสบของผิว ลดการทำงานของต่อมไขมัน จึงทำให้สิวลดลงและสิวหายเร็วขึ้น

    กรดไขมันโอเมก้า 3 พบได้ในเนื้อปลา ,น้ำมันปลา ,น้ำมันรำข้าว และอื่นๆจะช่วยลดการอักเสบภายในร่างกาย ใครเป็นสิวอักเสบ เมื่อทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ให้เพียงพอ จะช่วยให้สิวอักเสบบรรเทาลงได้ นอกจากนี้ยังลดอาการบวมแดง และลดการระคายเคืองบนผิวหนัง ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นไม่แห้งกร้านด้วย

สิวเรื้อรัง ที่แก้ม สาเหตุและปัจจัยการเกิด

สิวเรื้อรังที่แก้ม เป็นสิวที่เจอได้บ่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นทั้ง สิวอุดตันและสิวอักเสบ ที่น่ากังวลคือ ถ้าเป็นสิวเรื้อรังบริเวณแก้มแล้ว ไม่ควรปล่อยทิ้งให้อักเสบนานนะคะ เพราะ ถ้ามีสิวอักเสบ เรื้อรัง ระยะเวลานาน จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยแผลเป็นหลุมสิวได้ ซึ่งรักษายากกว่ารักษาสิวค่ะ เราลองมาดูกันนะคะว่าสาเหตุของสิวเรื้อรังที่แก้ม มีอะไรบ้าง

    • หน้ากากอนามัย ถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆของ สิวเรื้อรังที่แก้ม ในช่วงยุคโควิดเลยค่ะ เพราะด้วย การใส่หน้ากากอนามัยนั้น ทั้งด้วยผิวสัมผัสของหน้ากากที่ระคายเคืองผิว ความอับชื้น เป็นตัวกระตุ้นได้ทั้งนั้น ฉะนั้น ลองใช้หน้ากากอนามัยเนื้อผ้าซึ่งระคายเคืองผิวน้อยกว่าและ ระบายอากาศดีกว่าหน้ากากทางการแพทย์แบบใช้แล้วทิ้งค่ะ แล้วค่อยปิดทับอีกชั้นด้วยหน้ากากทางการแพทย์อีกรอบเพื่อความปลอดภัย และ พยายามหาเวลาที่เหมาะสม เอาหน้ากากออกบ้างเพื่อลดความอับชื้นค่ะ
    • ที่ที่นอน หมอน ผ้าห่ม ที่เราต้องสัมผัสทุกๆวัน ถ้าเราไม่ค่อยได้ทำความสะอาด จะมีคราบเหงื่อความมันสิ่งสกปรกต่างๆ ที่กระตุ้นให้เกิดการอุดตันของสิวที่แก้มจนเกิดเป็นสิวเรื้อรังได้
    • โทรศัพท์มือถือ คนไข้บางคนมีสิวขึ้นบ่อยๆ ที่แก้มด้านนึงมากกว่าอีกด้านนึง พอได้สอบถาม พบว่า ชอบคุยโทรศัพท์โดยเอาโทรศัพท์แนบที่แก้มด้านที่เป็นสิวมากกว่า แบบนี้ก็เจอได้เรื่อยๆค่ะ
    • มือแคะแกะเกา ที่เป็นสิวเรื้อรังแบบนี้เพราะ พอกังวลสิวที่เกิดขึ้น คนไข้มักชอบเอามือลูบหน้าบริเวณสิว ยิ่งทำให้สิวที่มีแล้ว มีการเห่อขึ้นได้ บางคนลูบหน้าไม่พอ ยังชอบเผลอแคะแกะเกาบริเวณสิวด้วยค่ะ ยิ่งเป็นยิ่งลามไปเรื่อยๆ ฉะนั้นการไม่เอามือจับหน้าเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้เราไม่มีสิวมากขึ้นนะคะ
    • ครีมเครื่องสำอางค์ที่ใช้ มีสารที่กระตุ้นให้เกิดสิว เช่น แอลกอฮอล์ พาราเบน น้ำหอม ซิลิโคน (โดยเฉพาะในแป้งและรองพื้น) และ พัฟที่ใช้แต่งหน้าไม่ค่อยสะอาด เราควรทำความสะอาดพัฟบ่อยๆ ไม่อย่างนั้นเป็นสิวเรื้อรังแน่นอนค่ะ
    • นอกจากนี้ตำแหน่ง สิวเรื้อรังที่แก้ม อาจเป็นสิ่งที่ช่วยบอกว่าว่ามีปัญหาของระบบทางเดินหายใจ เช่น ปอด ไซนัส ตัวอย่างที่หมอพบบ่อยเลยคือ คนที่สูบบุหรี่ คนที่เป็นภูมิแพ้ หรือ หวัดเรื้อรังค่ะ

สิวเรื้อรัง ที่คาง สาเหตุและปัจจัยการเกิด

อีกปัญหาหนักใจของใครหลายคน เพราะมีปัญหาสิวเรื้อรังที่คาง ส่วนใหญ่เวลาขึ้นจะเป็น เม็ดสิวอักเสบ พอหายก็มักจะทิ้งรอยดำรอยแดงสิวไว้ให้ดูต่างหน้า รอยยังไม่ทันหายดี ก็มีสิวใหม่ขึ้นอีก กลายเป็นวัฎจักรวนไปเรื่อยๆ นี่จึงเรียกว่า สิวเรื้อรัง ค่ะ ลองมาดูกันนะคะว่าสาเหตหลักๆเป็นจากอะไรบ้าง

    • ช่วงใกล้เป็นประจำเดือน หรือ ที่เรียกว่า PMS คือ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเริ่มสูงขึ้นหลังตกไข่ จึงทำให้ผิวหนังบวม ไชมันจึงระบายออกจากรูขุมขนยาก เกิดเป็นอุดตัน ต่อมาช่วงก่อนมีประจำเดือนฮอร์โมนเพศหญิงจะลดลง จึงคล้ายฮอร์โมนเพศชายมากขึ้น ต่อมไขมันยิ่งทำงานมากขึ้น เกิดสิวอักเสบขึ้นมาง่าย การป้องกันที่จะพอช่วยได้คือ เลือกทานอาหารประเภทผักผลไม้มากๆ ออกกำลังกาย นอนพักผ่อนเยอะๆ เพื่อปรับสมดุลฮอร์โมน จะช่วยลดการเป็นสิวเรื้อรังได้ค่ะ
    • พื้นฐานฮอร์โมนเพศชายมาก สังเกตจาก ผิวมัน และมีรูขุมขนกว้าง ก็จะมีแนวโน้มเป็น สิวเรื้อรังที่คาง ได้ง่ายๆ สาเหตุส่วนใหญ่เป็นจากกรรมพันธุ์
    • สิ่งที่สัมผัสใบหน้าบริเวณคาง ตั้งแต่ มือชอบสัมผัสที่คาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางที่ใช้ โทรศัพท์มือถือ เป็นต้นค่ะ
    • ความเกี่ยวข้องของระบบลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ที่ผิดปกติ เช่น ท้องผูก แพ้อาหารแฝง (ทำให้ผนังลำไส้รั่วเกิดการดูดซึมสารอาหารผิดปกติ) ทานอาหารรสจัดเผ็ดจัด
    • นอกจากนี้ ใครที่เป็น สิวเรื้อรังที่คาง และ เป็นสิวที่ขอบกรามเป็นประจำ ร่วมกับ อาการของฮอร์โมนเพศชายสูงอื่นๆ เช่น ผิวมัน ขนดก มีภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติ มาน้อย อ้วน อาจต้อง ระวังโรคถุงน้ำในรังไข่ ที่ทำให้เกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมนได้ค่ะ

สิวเรื้อรัง ที่หน้าผาก สาเหตุและปัจจัยการเกิด

สาเหตุการเกิดสิวเรื้อรังที่หน้าผากได้แก่

    • ความไม่สมดุลของฮอร์โมน จากความเครียด นอนดึก พักผ่อนน้อย
    • สิ่งที่สัมผัสกับผิวบริเวณนี้ ตั้งแต่ แชมพู ครีมนวดผม เซรั่มบำรุงผมต่างๆ มือไม่สะอาดที่สัมผัสผิว
    • ในคนที่เป็นสิวเรื้อรังแบบสิวผด ถ้ามี อาการร้อน เหงื่อออก จะกระตุ้นให้สิวเรื้อรังที่หน้าผากกำเริบขึ้นง่าย
    • นอกจากนี้คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบลำไส้ ย่อยอาหารไม่ดี ก็ทำให้เกิดสิวเรื้อรังบริเวณหน้าผากได้เช่นกันค่ะ

สิวเรื้อรัง รักษายังไง

วิธีรักษา สิวเรื้อรัง ควรได้รักษาแบบที่เรียกว่า “รักษาแบบองค์รวม” คือ โดยทั่วไปเราจะเข้าใจว่า การรักษาสิว ก็เพียงแค่ ทายา ทานยา ทำเลเซอร์ ทำหัตถการต่างๆ ที่เป็นแบบการรักษาสมัยใหม่เท่านั้น อย่างเช่นที่ คนไข้มักซื้อยาทาเอง หรือเข้ารับการรักษาที่คลินิก ซึ่งวิธีนี้รักษาได้ผลจริงนะคะ แต่จะเป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุ คือ ช่วยทำให้สิวที่ขึ้นมาแล้ว มีการทุเลาลง แต่ไม่ได้เป็นการป้องกันไม่ให้สิวใหม่ที่จะขึ้น เกิดขึ้นมาอีกค่ะ ซึ่ง การรักษาสิวเรื้อรังที่ถูกวิธี แบ่งเป็น

1.ปรับพฤติกรรมที่เป็นตัวกระตุ้นไม่ให้สิวใหม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นน้อยที่สุด และยังช่วยให้ได้ผลในระยะยาว
    ซึ่งหมอมองว่า ส่วนนี้สำคัญมากๆสำหรับสิวเรื้อรังค่ะ ดังที่หมอได้กล่าวไว้ด้านบน เรื่องปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิวเรื้อรัง ทั้งเรื่อง ฮอร์โมนที่ไม่สมดุล, สิ่งที่สัมผัสที่หน้า ,อาหาร ซึ่งจริงๆแล้วรายละเอียดในส่วนนี้ค่อนข้างลึก ที่หมอเขียนไว้นี้เป็นเพียงการสรุปสั้นๆ ทุกคนสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้นะคะ
     นอกจากหลักการแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ยังมี สาเหตุสิวเรื้อรังตามหลักอายุรเวท เช่น เรื่องธาตุเจ้าเรือน รูปแบบการใช้ชีวิต (แพทย์แผนโบราณของอินเดียที่เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งทางกาย จิตใจ และความคิด) มีคนไข้ที่เน้นปฏิบัติตัวตามหลักแบบนี้ ก็ดีขึ้นค่ะแถมได้เรื่องความสมดุลของร่างกายระยะยาวด้วย แต่หมอไม่ได้เชี่ยวชาญในส่วนนี้จึงไม่ขอลงรายละเอียด ซึ่งทุกคนสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ

2.รักษาสิวที่เกิดขึ้นแล้ว และ ลดรอยแผลเป็นจากสิว มีหลายวิธีค่ะ หลักการเหมือนกับการรักษาสิวทั่วไป ได้แก่

     ผลิตภัณฑ์ใช้กับผิวหน้าสำหรับคนเป็นสิวง่าย ตั้งแต่การเลือกใช้สบู่ล้างหน้า ,โทนเนอร์, ครีมบำรุงผิว, ครีมกันแดด โดยเลือกใช้สูตรที่ไม่กระตุ้นให้เกิดสิว คือ ไม่มีส่วนผสมของ silicone , oil ที่อาจจะทำให้เกิดการอุดตันตามรูขุมขนเกิดสิวง่ายขึ้น และ ถ้าใครที่ผิวค่อนข้างแพ้ง่าย ให้เพิ่มเติม คือ เลือกใช้สูตรที่ปราศจาก alcohol , paraben, fragrance ที่อาจทำให้ผิวมีการระคายเคือง แล้วกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้นจนเกิดสิวเรื้อรังได้ค่ะ และถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ใดแล้วสิวไม่ขึ้น ไม่ควรเปลี่ยนเป็นตัวอื่นบ่อยๆนะคะ

     ยาทา การใช้ยาทาสำหรับรักษาสิวเรื้อรัง ใช้ในรายที่อาการไม่รุนแรง และสามารถรักษาสิวด้วยตนเองโดย ซื้อตามร้านขายยาทั่วไปได้ แต่ถ้าคนที่อาการรุนแรงมากควรใช้ยาทาควบคู่กับการทานยา การทายาเป็นการรักษาพื้นฐานของคนเป็นสิว โดยยาทาจะช่วยทั้ง ละลายการอุดตันของสิว, ลดปริมาณแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของการอักเสบ, ลอกขุยเร่งผลัดเซลล์ผิว ตัวยาที่สำคัญได้แก่

ยาฆ่าเชื้อ ใช้ทาเฉพาะที่ ได้แก่ ยา clindamycin,erthomycin,tetracycline ออกฤทธิ์โดยทำให้ปริมาณเชื้อ P.acnes ในรูขุมขนปริมาณน้อยลง ลดการเกิดคอมิโดนและการอักเสบ

Benzoyl peroxide เป็นยาทาที่ได้ผลดีตัวนึงค่ะ และใช้กันแพร่หลาย การออกฤทธิ์ของยาคือช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียเป็นหลัก ได้ผลดีในคนที่เป็นสิวแบบตุ่มสิวอักเสบหรือตุ่มหนองแบบเล็กน้อยถึงปานกลาง ตัวยามีความเข้มข้น 2.5%-5% ยาชนิดนี้อาจทำให้มีผลข้างเคียงได้ คือ ระคายเคืองที่ผิวหนัง ส่วนการแพ้ยานั้นพบได้ไม่บ่อยค่ะ

Retinoic acid ออกฤทธิ์ทำให้เซลล์ผิวชั้นขี้ไคลที่อุดตามรูขุมขนนั้นหลวม หัวสิวหลุดออกง่ายขึ้น จึงเหมาะกับคนที่มีสิวอุดตันปริมาณมากๆ ตัวยามีความเข้มข้นตั้งแต่ 0.025%-0.05% ผลข้างเคียง คือ ระคายเคืองที่ผิวหนัง และในบางรายผิวจะไวต่อรังสียูวีง่ายขึ้น จึงแนะนำให้ทายาตัวนี้ก่อนนอน และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอค่ะ

     ยารับประทาน ควรทายาร่วมด้วยในรายที่มีสิวอักเสบตุ่มหนองปริมานมาก หรือ รักษาโดยการทายาแล้วไม่ค่อยเห็นผลจนเป็นสิวเรื้อรัง โดยควรทานยาควบคู่ไปกับการทายา เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่รวดเร็วค่ะ หมอแนะนำ ว่าถ้าเราเป็นสิวแบบมีหัวหนองปริมานมาก บ่อยๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อช่วยรักษาจะตรงจุดกว่า ซึ่งกลุ่มยากินที่นิยม ได้แก่

ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ กลุ่มเตตร้าไซคลิน ได้แก่ tertacycline , doxycycline เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย P.acnes ที่ก่อสิว แนะนำทาน 3-6 สัปดาห์ ได้ผลค่อนข้างดี อาจทำให้มีอาการข้างเคียงบ้าง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน จึงควรทานหลังอาหารทันที ในสำหรับบางรายที่รักษาบ่อย เป็นๆหายๆ หรืออักเสบแบบรุนแรงมาก อาจมีปัญหาเรื่องดื้อยา ติดเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นร่วมด้วย อาจต้องปรับยาทานเป็นกลุ่มเพนนิซินลิน เช่น amoxycillin ค่ะ

ยากลุ่มอนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ แบบทาน ชื่อยา isotretinoin ออกฤทธิ์ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน เมื่อให้ยาติดต่อกันนานเกิน 3-6 เดือน จะทำให้ต่อมไขมันฝ่อตัวลง ซึ่งจะเหมาะกับคนที่เป็นสิวแบบรุนแรง แต่อย่างไรก็ตามหลังจากหยุดยาแล้วต่อมไขมันจะกลับมาทำงานเหมือนเดิม ช้าเร็วแค่ไหนขึ้นกับปริมาณยาที่กินและความรุนแรงของปัญหาสิว และนอกจากนี้ยาทำให้มีผลข้างเคียงหลายอย่าง เช่น ปากคอแห้ง มีผลต่อการตั้งครรภ์แบบรุนแรง อาจมีผลต่อตับ ฉะนั้นหมอแนะนำว่าไม่ควรซื้อยาทานเอง ควรกินภายใต้การดูแลของแพทย์จะปลอดภัยกว่าค่ะ

     กดสิว การกดสิวเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญของการรักษาสิว เป็นทางลัดที่จะทำให้การรักษาเห็นผลได้เร็วขึ้น เทียบกับการรักษาเพียงทายาและทานยา เพราะ ถ้าเราเพียงแค่ ทายา ทานยา จะออกฤทธิ์ให้สิวน้อยลงแต่ใช้ระยะเวลานานหลักเดือนกว่าหัวสิวที่มีอยู่จะหลุดออกไป แต่ถ้าเราได้ทายา ทานยา อย่างน้อย 2 สัปดาห์แล้วมากดสิวเพิ่มเติม หัวสิวอุดตันนั้นจะหายไป ยังทำให้ลดโอกาสที่สิวอุดตันจะกลายเป็นสิวอักเสบ ทิ้งรอยแผลเป็นจากสิวอักเสบตามหลัง และ ต้องมารักษารอยแผลเป็นอีกค่ะ

     ถึงแม้การกดสิว อาจต้องแลกมาด้วยความรู้สึกเจ็บบ้าง แต่ก็เจ็บแบบทนได้ค่ะ หรือ อาจมีรอยช้ำจากการกดสิวบ้าง ซึ่งรอยช้ำนั้น ส่วนใหญ่จะค่อยๆดีขึ้นภายในเวลา ไม่เกิน 2 สัปดาห์ ถ้าเทียบกับปล่อยให้อุดตันเปลี่ยนเป็นอักเสบ จนเป็นสิวแบบเรื้อรัง แล้วมีรอยจากเม็ดอักเสบ จะใช้เวลารักษานานกว่ามากค่ะ

หัตถการทางการแพทย์ เช่น ทรีทเมนท์ เลเซอร์ ฉายแสง โดยการรักษากลุ่มนี้เป็นการรักษาเสริมจากการทายา ทานยา และกดสิว ที่ถ้าเราได้ทำควบคู่กันไป จะเกิดประสิทธิภาพในการรักษาสิวมากขึ้น เห็นผลเร็วขึ้นค่ะ โดย

การทำทรีทเมนท์ จะช่วยทำให้หัวสิวอุดตันและอักเสบแห้ง หลุดออกง่ายขึ้น ไม่เป็นต้นกำเนิดของอาการสิวเรื้อรัง ตัวน้ำยาหรือสารสกัดที่ใช้ของแต่ละคลินิก ก็จะแตกต่างกันไปตามสูตรและความเชี่ยวชาญของแต่ละที่ ส่วนใหญ่มักมีส่วนผสมของสารที่ออกฤทธิ์เหมือนกับยารักษาสิว แค่เพียงอาจเข้มข้นมากกว่า เป็นสูตรที่ทำได้เฉพาะที่คลินิก ค่ะ

การทำเลเซอร์ จะช่วยลดปริมาณของเชื้อแบคทีเรีย ลดการทำงานของต่อมไขมัน ลดรอยแดง ลดรอยดำ ลดการอักเสบ คือ มีหลากหลายขึ้นกับชนิดของเลเซอร์ค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับหมอใช้เป็นเครื่องแบบไหนค่ะ

การฉายแสงรักษาสิว เรียกว่า LED Light Therapy ก็เป็นหนึ่งเทคโลโลยีทางการแพทย์เพื่อช่วยเสริมการรักษาสิว มีงานวิจัยว่า ช่วยลดปริมาณแบคทีเรียที่รูขุมขน ลดการอักเสบ กระตุ้นคอลลาเจน ทำให้สิวดีขึ้นได้ ไม่เป็นสิวเรื้อรัง โดยพลังงานจะอ่อนโยนกว่าเลเซอร์ค่ะ และ ประสิทธิภาพในการรักษาก็ขึ้นกับมาตรฐานของเครื่องมือที่ใช้ด้วย

     จะเห็นกว่า การรักษาสิวเรื้อรังให้หาย นั้น เป็นเรื่องที่มีรายละเอียดมาก ตั้งแต่ การปรับพฤติกรรม การเลือกรูปแบบการรักษาสิว หมอมักจะเห็นคนไข้ส่วนใหญ่ที่ เป็นสิวเรื้อรัง มักมีความกังวลใจ แสวงหาวิธีการรักษาที่เหมาะกับตัวเองที่สุด ลองรักษาสิวด้วยหลายวิธี หมอเข้าใจความรู้สึกของคนไข้นะคะ อยากเป็นกำลังใจว่า ถ้าเรามีความพยายามมีวินัย ตั้งใจ ใจเย็นๆ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่เครียดมาก จะค่อยๆเจอหนทางแน่นอนค่ะ

สิวเรื้อรัง รักษาแล้ว ควรปฏิบัติตัวอย่างไร

     การรักษาจะเห็นผลแค่ไหน ไม่ใช่เพียงแค่ หมอเก่ง ยาดี โปรแกรมรักษาสิวดี เท่านั้น การดูแลตัวเองของคนไข้ เป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกันค่ะ หมอมีคำแนะนำที่ควรทำ เพื่อให้สิวเรื้อรังหาย ดังนี้นะคะ

  • เข้าใจหลักการรักษาสิวเรื้อรัง ว่าเป็นเรื่องขององค์รวม คือ เน้นเรื่องหาสาเหตุปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เราเกิดสิวนั้น ส่วนใหญ่มักพบตัวกระตุ้นมากกว่า 1 อย่าง
  • ตั้งเป้าหมายให้ชัดว่าเราอยากให้สิวเราดีขึ้นประมานไหน เช่น ไม่อยากให้มีอีกเลย (แบบนี้อาจต้องปรับหลายอย่าง) หรือ แค่พอให้มีสิวขึ้นบ้างแต่ให้ไม่ดูรุนแรง
  • โฟกัสในเรื่อง ปรับพฤติกรรม โดยค่อยๆปรับทีละอย่าง ทำค่อยเป็นค่อยไป แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่เครียดและกังวลจนเกินไป คิดอยู่เสมอว่าเราจะค่อยๆดีขึ้น
  • ถ้าได้รับการรักษาจากแพทย์แล้ว หมั่นดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ ทายาสม่ำเสมอ เขารับการรักษาตามนัด
    ส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาประมาน 2 เดือนขึ้นไป จะค่อยๆดีขึ้นค่ะ

เป็น สิวเรื้อรัง รักษาที่ไหนดี

สิวเรื้อรัง สามารถรักษาได้หลากหลายวิธี ทั้งรักษาด้วยตนเอง และ เลือกรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแล กรณีที่รักษาด้วยตัวเองมานานแล้ว ไม่หาย หรือ ไม่อยากลองผิดลองถูก หมอแนะนำให้แพทย์เป็นผู้ช่วยจะดีกว่าค่ะ การที่เราจะเลือกคลินิกสำหรับรักษาสิวเรื้อรังนั้น คงไม่ต่างจากรักษาสิวทั่วไป หมอมีคำแนะนำ ดังนี้ค่ะ

คลินิกมีความน่าเชื่อถือ ควรดูว่าเป็นคลินิกที่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลได้อย่างถูกต้องหรือไม่ โดยดูจากหลายๆแหล่ง คือต้องมีใบอนุญาตดำเนินสถานพยาบาลที่ติดให้เห็นภายในคลินิกและหาข้อมูลตามเวบไซต์ และ ผู้ที่ให้การดูแลนั้น ต้องมีแพทย์คอยดูแลให้คำปรึกษาด้วย ไม่ใช่เพียงแค่เจ้าหน้าที่ดูแล แพทย์ที่ตรวจต้องเป็นแพทย์คนเดียวกับรูปในใบแขวนป้ายตรวจหน้าห้องตรวจ เพื่อเสี่ยงการเจอหมอปลอมค่ะ

คลินิกมีความเชี่ยวชาญเรื่องสิวเรื้อรังจริงๆ เช่น มีข้อมูลในเวบไซต์ต่างๆที่กล่าวถึงเรื่อง การรักษาสิวเรื้อรัง มีรีวิวการรักษาเรื้อรัง จากลูกค้าจริง

ราคาสมเหตุสมผล ไม่แพงจนเกินไป เพราะอย่าลืมว่า การรักษาสิวเรื้อรัง นั้นต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาอย่างน้อยประมาน 2-3 เดือน อาจต้องคำนวณงบประมาณในการรักษาด้วยค่ะ ถ้าราคาถูก ก็อาจต้องดูเรื่องสิ่งที่จะได้รับการรักษากระบวนการของการรักษาทั้งการบริการ ยา หัตถการทุกอย่างว่าครบถ้วนและมีคุณภาพหรือไม่

คลินิกใส่ใจในการดูแลทุกขั้นตอนของการรักษา เพราะ การรักษาสิวเรื้อรัง เป็นเรื่องที่ต้องการความใส่ใจทั้งแพทย์ที่ดูแลและเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ เป็นการดูแลแบบองค์รวม ทั้งการปรับพฤติกรรม การเลือกรักษาที่เหมาะสมตามแต่ละบุคคล จึงอยากให้พิจารณา เลือกคลินิก ที่เน้นในส่วนนี้เป็นพิเศษด้วยค่ะ

เป็น สิวเรื้อรัง ไม่หายสักที ทำไม ที่ กัญวราคลินิกมีวิธีรักษาให้หายขาดได้

    การรักษาสิวเรื้อรังนั้น ถ้าจะพูดถึงในเรื่องของการรักษา หมอคิดว่าไม่ต่างจากสิวทั่วไปค่ะ คือ ประกอบด้วยใช้ยาทา กินยาถ้าเป็นรุนแรง ทำหัตถการต่างๆ แต่ จะมีความพิเศษ คือ ในแต่ละขั้นตอนของการรักษานั้น ก็อาจมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล เช่น

  • การเลือกยาทาในแต่ละเคสก็ต้องเลือกตามสภาพผิวเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่สุด แต่ละคนจะได้ยาไม่เหมือนกัน (เป็นสาเหตุที่ทำให้คอร์สรักษาสิวของ กัญวราคลินิก จะไม่มีรวมยาทาในเซทสิว)
  • การกดสิวในบางเคสต้องมีความพิเศษที่เน้นกว่าคนอื่น
  • การทำเลเซอร์จะเลือกทำตัวไหนก็จะดูตามสภาพผิว แบบนี้เป็นต้นค่ะ

นอกเหนือจากนั้น คือ การปรับพฤติกรรม ซึ่งหมอจะช่วยให้คำแนะนำเป็นเคสๆไป ว่า ควรดูแลตัวเองไปทางไหน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เราค่อนข้างมั่นใจว่า คนไข้ที่มารับ การรักษาสิวเรื้อรัง ที่กัญวราคลินิกนั้น จะสามารถรักษาสิวเรื้อรังให้หายขาดได้ค่ะ

โปรโมชั่น รักษาสิวเรื้อรัง
ที่ กัญวราคลินิก

คอร์สรักษาสิว กัญวราคลินิก

LINE

Facebook

Address

Tel

สำหรับใครที่อ่านข้อมูล แล้วมีปัญหาต้องการปรึกษาหมอ หรือสอบถามเพิ่มเติม

กัญวราคลินิก ตั้งอยู่บนถนนเลียบคลองสอง ใกล้กับซาฟารีเวิลด์ เดินทางมาไม่ยากเลยค่ะ

  • เปิดให้บริการ วันอังคาร ถึงศุกร์ 10.30-19.30 น.
  • เสาร์ อาทิตย์ 10.00-18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์

 ช่องทางติดต่อ ตามด้านล่างนี้นะคะ

เว็บไซต์

Kanwaraclinic.com

Facebook

Kanwara clinic กัญวราคลินิก

Line

@kanwaraclinic

โทร

02-1151528 , 091-7954884